ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน สาเหตุ วิธีแก้ไข พร้อมวิธีป้องกัน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน สาเหตุ วิธีแก้ไข พร้อมวิธีป้องกัน

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหนึ่งในหัตถการความงามที่ช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา และริ้วรอยใต้ดวงตา ทำให้ใบหน้าดูสดใสอ่อนเยาว์ขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่บางครั้งอาจพบกับปัญหาที่ทำให้หลายคนกังวล นั่นคือการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อความสวยงามแล้ว ยังอาจสร้างความไม่มั่นใจและความกังวลใจให้กับผู้ที่ประสบปัญหานี้

ปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนไม่ใช่เรื่องที่พบได้น้อย และมักเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้แต่การเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับสาเหตุ วิธีการแก้ไข และที่สำคัญคือการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้น เพื่อให้สามารถตัดสินใจเข้ารับการรักษาได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน คืออะไร มีลักษณะอย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน หมายถึง ภาวะที่ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปในบริเวณใต้ตาเกิดการจับตัวกันหรือกระจุกตัวอยู่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง จนสามารถมองเห็นหรือคลำรู้สึกได้ว่ามีก้อนนูนขึ้นมาใต้ผิวหนัง ซึ่งทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียนและไม่เป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน คืออะไร มีลักษณะอย่างไร

ลักษณะของฟิลเลอร์ใต้ตาที่เป็นก้อน

การสังเกตว่าฟิลเลอร์ใต้ตาว่าเป็นก้อนหรือไม่ สามารถดูได้จากหลายลักษณะดังนี้

  • ก้อนนูนที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อยิ้มหรือทำสีหน้า จะเห็นก้อนรั้งบริเวณหัวตาหรือใต้ตา ซึ่งอาจเป็นก้อนเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์และตำแหน่งที่เป็นก้อน
  • สัมผัสได้เมื่อคลำ หากใช้นิ้วคลำบริเวณใต้ตาจะรู้สึกถึงก้อนแข็งหรือนุ่มอยู่ใต้ผิวหนัง แตกต่างจากเนื้อเยื่อโดยรอบที่เรียบเนียน
  • ผิวไม่เรียบเนียน บริเวณใต้ตามีความผิดปกติของพื้นผิว ดูขรุขระหรือมีลูกคลื่นเป็นลำ ๆ แทนที่จะเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
  • สีผิวเปลี่ยนแปลง ในบางกรณีบริเวณที่ฟิลเลอร์เป็นก้อนอาจมีสีคล้ำกว่าปกติ เป็นสีม่วงเข้ม หรือมีเงาสีเขียว เนื่องจากฟิลเลอร์อยู่ในชั้นที่ตื้นเกินไป
  • อาการบวมไม่ยุบ หลังการฉีดฟิลเลอร์เกิน 2-3 สัปดาห์ แต่อาการบวมยังไม่ยุบลง และก้อนยังคงมองเห็นได้ชัดเจน

ประเภทของการเป็นก้อน

ฟิลเลอร์ใต้ตาที่เป็นก้อนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  1. ก้อนแบบไม่อักเสบ เกิดจากฟิลเลอร์แท้ที่ทำจาก Hyaluronic Acid แต่มีการฉีดผิดตำแหน่ง ผิดชั้น หรือฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไปรวมกันจนเป็นก้อน ลักษณะนี้จะมีก้อนนูนแต่ไม่มีอาการเจ็บ แดง หรือบวมร้อน
  2. ก้อนแบบอักเสบ เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อฟิลเลอร์ จะมีอาการบวม แดง ร้อน เจ็บ และอาจมีการอักเสบติดเชื้อร่วมด้วย ซึ่งอันตรายกว่าและต้องรีบรักษาโดยเร็ว

สาเหตุหลักที่ทำให้ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน

การเกิด ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ซึ่งหากเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

สาเหตุหลักที่ทำให้ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน

การเลือกใช้ฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและรุ่นมีขนาดโมเลกุลและความหนาแน่นที่แตกต่างกัน ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานในบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้าไม่เหมือนกัน หากเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็ง ขนาดโมเลกุลใหญ่ หรือความหนาแน่นสูงเกินไปมาฉีดบริเวณใต้ตาซึ่งมีผิวบาง จะทำให้เห็นฟิลเลอร์เป็นก้อนได้ง่าย

บริเวณใต้ตาควรใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อนุ่ม ละเอียด และกระจายตัวได้ดี เช่น Restylane Refyne, Juvederm Volbella หรือ Belotero Balance ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับผิวชั้นตื้นโดยเฉพาะ

การฉีดผิดชั้นผิวหนัง

โครงสร้างใบหน้ามีหลายชั้น ได้แก่ ชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน ชั้นกล้ามเนื้อ และชั้นกระดูก การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะต้องฉีดในชั้นที่ถูกต้องคือชั้นลึกหรือชั้นกระดูก ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหว

หากฉีดผิดชั้น เช่น ฉีดในชั้นผิวตื้นหรือชั้นกล้ามเนื้อที่มีการเคลื่อนไหว เวลายิ้มหรือขยับใบหน้าฟิลเลอร์จะถูกดันขึ้นมาเป็นก้อนที่มองเห็นได้ชัด นอกจากนี้การฉีดในชั้นตื้นยังทำให้เห็นเงาสีฟ้า-เขียวบริเวณใต้ตาได้อีกด้วย

ใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไป

การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดก้อนใต้ตา โดยเฉพาะในคนไข้ที่มาทำหลายครั้งโดยไม่รอให้ฟิลเลอร์เก่าสลายก่อน ทำให้ฟิลเลอร์สะสมมากเกินไปและกองรวมกันเป็นก้อน

บริเวณใต้ตามีพื้นที่จำกัด และผิวบาง ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมต่อการฉีดแต่ละครั้งคือประมาณ 0.5-1 CC ต่อข้าง หากฉีดมากกว่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นก้อนและดูไม่เป็นธรรมชาติ

การใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน

ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. มักเป็นสารประเภทซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือสารชนิดถาวรอื่น ๆ ที่ไม่สามารถสลายตัวได้เอง เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะจับตัวกันเป็นก้อนแข็ง ไหลย้อย และไม่สามารถฉีดสลายได้

ปัญหานี้อันตรายมาก เพราะนอกจากจะเป็นก้อนแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ และในกรณีรุนแรงอาจส่งผลต่อการมองเห็นได้ การแก้ไขต้องใช้วิธีขูดหรือผ่าตัดออก ซึ่งยากและซับซ้อนมาก

แพทย์ผู้ทำหัตถการขาดประสบการณ์

ความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน แพทย์ที่มีประสบการณ์จะเข้าใจกายวิภาคของใบหน้าอย่างลึกซึ้ง สามารถประเมินปัญหาและเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่เหมาะสม ฉีดในปริมาณที่พอดี และวางยาในชั้นที่ถูกต้อง

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่มีความยาก เนื่องจากบริเวณนี้มีเส้นเลือด เส้นประสาท และผิวบางมาก จึงต้องอาศัยทักษะและความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ

ผิวหนังบางเกินไป

คนที่มีผิวหนังบางโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา มีความเสี่ยงที่จะเห็นก้อนฟิลเลอร์หรือเงาสีของฟิลเลอร์ได้ง่ายกว่าคนที่มีผิวหนังหนา แม้จะฉีดในปริมาณและตำแหน่งที่ถูกต้องก็ตาม

ในกรณีเช่นนี้แพทย์ที่มีประสบการณ์จะต้องใช้เทคนิคพิเศษ เช่น การใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่มพิเศษ หรือการฉีดในชั้นที่ลึกมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการมองเห็นก้อน

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน อันตรายไหม ต้องรีบแก้ไขหรือไม่

หลายคนกังวลเมื่อพบว่าตนเองฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนคือ ปัญหานี้อันตรายหรือไม่ และจำเป็นต้องรีบแก้ไขทันทีหรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของปัญหา

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน อันตรายไหม ต้องรีบแก้ไขหรือไม่

ระดับความอันตรายของก้อนฟิลเลอร์

กรณีที่ไม่อันตราย แต่ส่งผลต่อความสวยงาม

หากเป็นก้อนจากฟิลเลอร์แท้ที่ทำจาก Hyaluronic Acid ที่ฉีดผิดตำแหน่งหรือใช้ปริมาณมากเกินไป ปัญหานี้ไม่อันตรายต่อสุขภาพ แต่ส่งผลต่อความสวยงามและความมั่นใจ ก้อนเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวต่อผิวหนัง

กรณีที่อันตรายและต้องรีบแก้ไข

หากเป็นก้อนจากฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีอาการอักเสบร่วมด้วย ถือว่าอันตรายมาก เนื่องจาก

  • อาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายถาวร
  • สารฟิลเลอร์ปลอมอาจแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่น
  • อาจกดทับเส้นเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่ทั่วถึง ส่งผลให้เนื้อเยื่อตาย
  • ในกรณีรุนแรงอาจส่งผลถึงการมองเห็นได้

อาการที่บอกว่าต้องรีบพบแพทย์

หากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • ก้อนใต้ตามีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่ยุบลงภายใน 2-3 สัปดาห์
  • มีอาการบวม แดง ร้อน หรือเจ็บบริเวณก้อน
  • ผิวบริเวณใต้ตาเปลี่ยนเป็นสีคล้ำผิดปกติหรือมีแผล
  • เกิดอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะดีขึ้น
  • มีอาการมองเห็นไม่ชัดหรือมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา

การรอดูอาการในช่วงแรก

หากเพิ่งฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและพบว่าเป็นก้อนเล็กน้อย โดยไม่มีอาการอักเสบ ควรรอดูอาการประมาณ 3-7 วันก่อน เพราะบางครั้งอาจเป็นเพียงอาการบวมชั่วคราวจากการฉีด ซึ่งจะค่อย ๆ ยุบลงและฟิลเลอร์จะค่อย ๆ เข้าที่ได้เอง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกดหรือนวดก้อนด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งอื่นหรือปัญหาแย่ลงได้

วิธีแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อยืนยันแล้วว่าฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน จริง มีวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพหลายวิธี โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมตามสาเหตุและความรุนแรงของปัญหา

วิธีแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วย Hyaluronidase

นี่คือวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดสำหรับฟิลเลอร์แท้ที่ทำจาก Hyaluronic Acid โดย Hyaluronidase เป็นเอนไซม์ที่สามารถสลายโครงสร้างของ Hyaluronic Acid ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย – ฉีดสลายฟิลเลอร์ กู้คืนใบหน้าจากฟิลเลอร์เป็นก้อน ด้วยวิธีการแก้ไขที่ได้ผล

ขั้นตอนการฉีดสลายฟิลเลอร์

  • แพทย์จะประเมินปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องการสลายและคำนวณปริมาณ Hyaluronidase ที่เหมาะสม
  • ฉีด Hyaluronidase เข้าไปในบริเวณที่มีก้อนฟิลเลอร์
  • รอประมาณ 15-20 นาที จะเริ่มเห็นผลว่าก้อนค่อย ๆ ยุบลง
  • ภายใน 1-3 วัน ฟิลเลอร์จะสลายไปประมาณ 60-80%
  • หากยังมีก้อนเหลืออยู่ อาจต้องฉีดสลายเพิ่มเติมอีก 1-2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

ข้อดีของวิธีนี้

  • ได้ผลรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง
  • ไม่ต้องผ่าตัด มีความเจ็บปวดน้อย
  • ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที
  • หลังฟิลเลอร์สลายหมดแล้วสามารถฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้อีกครั้ง

ข้อจำกัด

  • ใช้ได้เฉพาะฟิลเลอร์ที่ทำจาก Hyaluronic Acid เท่านั้น
  • อาจต้องทำหลายครั้งหากก้อนมีขนาดใหญ่หรือฟิลเลอร์อยู่ลึก

การขูดฟิลเลอร์

วิธีนี้ใช้สำหรับฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ชนิดถาวรที่ไม่สามารถฉีดสลายได้ โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษขูดก้อนฟิลเลอร์ออกผ่านแผลขนาดเล็ก

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการขูดฟิลเลอร์

  • เหมาะสำหรับก้อนฟิลเลอร์ที่อยู่ตื้นใกล้ผิวหนัง
  • สามารถขูดออกได้ประมาณ 60-70% ไม่สามารถขูดออกได้ทั้งหมด
  • อาจเกิดรอยแผลเป็นเล็กน้อย
  • ต้องทำในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม
  • เวลาฟื้นตัวนานกว่าการฉีดสลาย

การผ่าตัดเพื่อนำฟิลเลอร์ออก

เป็นวิธีสุดท้ายสำหรับกรณีที่ก้อนฟิลเลอร์มีขนาดใหญ่มาก แข็งมาก มีการเกาะติดกับเนื้อเยื่อและกระดูกอย่างแน่นหนา หรือไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้

การผ่าตัดนี้จำเป็นต้องทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใต้ตามีเส้นเลือดและเส้นน เส้นประสาทสำคัญจำนวนมาก จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการผ่าตัด

  • เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อวิธีอื่นไม่สามารถแก้ไขได้
  • ต้องทำในห้องผ่าตัดที่มีมาตรฐาน
  • มีความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็น
  • ระยะเวลาในการฟื้นตัวนานกว่าวิธีอื่น
  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่า

การดูแลหลังการแก้ไข

หลังจากได้รับการแก้ไขปัญหาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนแล้ว การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดบริเวณที่รักษาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ประคบเย็นเบา ๆ หากมีอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ทำให้ร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • ทานยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบตามที่แพทย์สั่ง
  • นัดติดตามผลกับแพทย์ตามกำหนด

การป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน

การป้องกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ การเลือกคลินิกและแพทย์ที่เหมาะสม รวมถึงการเตรียมตัวอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนได้อย่างมาก

การป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน

การเลือกคลินิกและแพทย์

  • ตรวจสอบใบอนุญาตของคลินิก คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล มีเลขทะเบียน 11 หลัก และแสดงใบอนุญาตไว้ให้เห็นชัดเจน
  • ตรวจสอบคุณวุฒิของแพทย์ ตรวจสอบว่าเป็นแพทย์จริงจากเว็บไซต์แพทยสภา และควรเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือศัลยกรรมความงาม
  • ศึกษาประสบการณ์และผลงาน ดูรีวิวจากแหล่งที่เป็นกลาง เช่น Facebook, Google Map, Pantip หรือขอดูผลงานก่อน-หลังของคนไข้จริง โดยเฉพาะในเคสฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • สถานที่ตั้งและบรรยากาศ เลือกคลินิกที่อยู่ในทำเลที่น่าเชื่อถือ มีพื้นที่สะอาด กว้างขวาง มีห้องทำหัตถการที่เป็นสัดส่วน

การตรวจสอบฟิลเลอร์แท้

ก่อนการฉีดควรขอดูกล่องฟิลเลอร์และตรวจสอบดังนี้

  • มีเลขทะเบียน อย. ตรวจสอบว่ามีเลขทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และมีเอกสารกำกับภาษาไทย
  • ตรวจสอบเลข Lot เลข Lot บนกล่อง ซอง สติกเกอร์ และหลอดต้องตรงกันทั้งหมด
  • แกะกล่องต่อหน้า แพทย์ควรแกะกล่องฟิลเลอร์ต่อหน้าคนไข้ทุกครั้ง และให้คนไข้เก็บกล่องกลับบ้านได้
  • ตรวจสอบกับบริษัทนำเข้า สามารถโทรสอบถามเลข Lot และคลินิกกับบริษัทนำเข้าได้ 

การปรึกษาก่อนการรักษา

การปรึกษาที่ดีควรมีรายละเอียดดังนี้

  • การประเมินปัญหาอย่างละเอียด แพทย์ควรซักประวัติ ตรวจสอบโครงสร้างใบหน้า และวิเคราะห์ปัญหาที่ต้องการแก้ไข
  • การวางแผนการรักษา แพทย์ควรอธิบายแผนการรักษา ชนิดและรุ่นของฟิลเลอร์ที่จะใช้ ปริมาณที่เหมาะสม และจุดที่จะฉีด
  • การให้ข้อมูลที่ครบถ้วน แพทย์ควรอธิบายทั้งข้อดีและข้อเสีย ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และวิธีการดูแลหลังการรักษา
  • ไม่มีการบังคับหรือเร่งรัด คลินิกที่ดีจะไม่มีเซลส์มากดดัน หรือบังคับให้ตัดสินใจทันที

บทสรุป

การ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน เป็นปัญหาที่พบได้ไม่น้อยในการทำหัตถการความงาม แต่สามารถป้องกันและแก้ไขได้หากมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง สาเหตุหลักมาจากการใช้ฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม การฉีดผิดเทคนิค หรือการเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน

หากพบปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน สามารถแก้ไขได้ด้วยหลายวิธี โดยวิธีที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับฟิลเลอร์แท้คือการฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ซึ่งปลอดภัยและได้ผลรวดเร็ว ส่วนฟิลเลอร์ปลอมอาจต้องใช้วิธีขูดหรือผ่าตัด

การป้องกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด การเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ และปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาของคุณได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ 

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเลือกเพียงแค่ราคาถูก แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพของการรักษาเป็นหลัก เพราะการแก้ไขปัญหาภายหลังอาจใช้เวลา ค่าใช้จ่าย และสร้างความเครียดมากกว่าการเลือกทำกับคลินิกที่ดีตั้งแต่แรก หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติใด ๆ หลังการฉีดฟิลเลอร์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุดเพื่อการแก้ไขที่ทันท่วงทีและได้ผลดีค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมแพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า