การฉีดฟิลเลอร์จมูกเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกให้สวยงามโดยไม่ต้องผ่าตัด ฟิลเลอร์จมูกอยู่ได้นานแค่ไหน และทำอย่างไรให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาที่ฟิลเลอร์จมูกอยู่ได้ ปัจจัยที่มีผลต่อความคงทน รวมถึงข้อแนะนำในการดูแลตัวเองหลังการฉีดเพื่อยืดอายุการใช้งานของฟิลเลอร์จมูกให้นานขึ้น
ฟิลเลอร์จมูกคืออะไร? ทำไมจึงได้รับความนิยม
ฟิลเลอร์จมูก (Nose Filler) คือการใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ฉีดเข้าบริเวณจมูกเพื่อปรับแต่งรูปทรง เช่น เพิ่มความสูงของสันจมูก ปรับปลายจมูกให้เชิดขึ้น หรือแก้ไขจมูกเบี้ยวผิดรูป โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลทันที
ประโยชน์หลักของฟิลเลอร์จมูก
- ปรับทรงจมูกได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
- เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด
- ใช้เวลาทำเพียง 15-30 นาที
- มีความเจ็บปวดน้อย
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
- สามารถแก้ไขหรือสลายได้หากไม่พอใจกับผลลัพธ์
- ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์: แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต ปริมาณและความเข้มข้นของสาร HA รวมถึงคุณสมบัติทางกายภาพ เช่น ความหนืด ความยืดหยุ่น และการเชื่อมพันธะของโมเลกุล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ได้
- บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์: จุดที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ใกล้บริเวณกล้ามเนื้อที่ใช้งานบ่อย ฟิลเลอร์จะสลายเร็วกว่าจุดที่มีการเคลื่อนไหวน้อย
- เทคนิคการฉีด: การฉีดในชั้นความลึกที่เหมาะสมและการกระจายฟิลเลอร์อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ฟิลเลอร์คงอยู่ได้นานขึ้น แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถฉีดในตำแหน่งและความลึกที่เหมาะสม ช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น
- พฤติกรรมและการดูแลตัวเองหลังฉีด: การหลีกเลี่ยงความร้อน การดื่มน้ำเพียงพอ และการไม่กดหรือนวดบริเวณที่ฉีด จะช่วยยืดอายุการใช้งานของฟิลเลอร์ได้
1. Restylane
Restylane เป็นฟิลเลอร์สัญชาติสวีเดน ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะรุ่น Perlane Lyft ที่เหมาะสำหรับการฉีดจมูก เนื่องจากมีความแข็งและคงตัวสูง
- Restylane Perlane Lyft: อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน เหมาะสำหรับการเสริมสันจมูกให้โด่งขึ้น
- Restylane Volyme: อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
- Restylane Defyne: อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
2. Juvederm
Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากสหรัฐอเมริกา ที่มีความโดดเด่นในเรื่องความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับได้ดี
- Juvederm Voluma: อยู่ได้นานประมาณ 18-24 เดือน เหมาะสำหรับการเพิ่มปริมาตรและยกสันจมูก
- Juvederm Ultraplus: อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
3. Belotero
Belotero เป็นฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดเด่นที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
- Belotero Volume: อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน เหมาะสำหรับการปรับรูปทรงจมูกให้ชัดเจนขึ้น
- Belotero Intense: อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
ข้อควรปฏิบัติ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: โดยเฉพาะช่วง 4-5 วันแรกหลังฉีด ควรดื่มน้ำประมาณ 8-12 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับน้ำ เกิดการกระจายตัวได้ดีและเป็นธรรมชาติ
- นอนหงาย: ในช่วง 2-3 คืนแรกหลังฉีด ควรนอนหงายเพื่อไม่ให้กดทับบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว
- ประคบเย็น: หากมีอาการบวมหรือช้ำ ให้ประคบเย็นเบา ๆ (ไม่ใช่แช่น้ำแข็งโดยตรง) เพื่อลดอาการบวม
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: ซึ่งอาจมีรายละเอียดเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล
ข้อควรหลีกเลี่ยง
- การสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด: โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์
- ความร้อน: งดการอบซาวน่า แช่น้ำร้อน หรือการเข้ารับทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน เช่น เลเซอร์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- การออกกำลังกายหนัก: ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการไหลเวียนของเลือดที่อาจทำให้เกิดการบวมมากขึ้น
- แอลกอฮอล์: งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพราะมีผลขยายหลอดเลือด ทำให้เกิดการบวมและช้ำได้มากขึ้น
- การนอนคว่ำ: หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือตะแคงกดทับบริเวณที่ฉีดในช่วยสัปดาห์แรก
บทสรุป
ฟิลเลอร์จมูกอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ เมตาบอลิซึมของแต่ละบุคคล เทคนิคการฉีด และการดูแลตัวเองหลังการฉีด โดยทั่วไปฟิลเลอร์จมูกสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 18 เดือน แล้วจึงค่อยๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ
เพื่อให้ฟิลเลอร์จมูกอยู่ได้นานที่สุด ควรเลือกฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพ ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และดูแลตัวเองหลังการฉีดอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ฟิลเลอร์แท้ที่ใช้ในปัจจุบันเป็นสารที่ร่างกายสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยสูง และสามารถฉีดซ้ำได้เมื่อผลลัพธ์เริ่มจางลง หรือหากไม่พอใจผลลัพธ์ก็สามารถฉีดสารสลายฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขได้อีกด้วย
การฉีดฟิลเลอร์จมูกจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกแบบชั่วคราว ไม่ต้องการศัลยกรรม และอยากเห็นผลลัพธ์ทันที แต่ก็ควรตระหนักว่าเป็นวิธีที่ต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์ หากต้องการผลลัพธ์ที่ถาวรกว่า อาจต้องพิจารณาการทำศัลยกรรมจมูกแทน
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


