ร้อยไหมคอลลาเจน คืออะไร ? เพื่อผิวหน้ากระชับ คืนความอ่อนเยาว์

ร้อยไหมคอลลาเจน คืออะไร

RWC Clinic สรุปให้

  • ร้อยไหมคอลลาเจน ใช้ไหมเรียบ PDO/PLLA/PCL กระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
  • หลังทำอาจรู้สึกผิวแน่นกระชับขึ้นจากการที่มีเส้นไหมเข้าไปพยุงผิวและอาการบวมเล็กน้อย โดยผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนจะเริ่มเห็นชัดเจนในช่วง 1 เดือน
  • ตัวช่วยให้ผิวเต่งตึง ลดริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หลุมสิวตื้นขึ้น
  • เหมาะกับผิวหย่อนเล็กน้อย-ปานกลาง ไม่เหมาะผิวหย่อนมาก
  • ระวังพังผืดถ้าร้อยมากเกิน ควรทำกับแพทย์มีประสบการณ์ด้านการร้อยไหมโดยตรง
RWC Clinic สรุปให้

เมื่อวัยเพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวค่อยๆ ลดลง ทำให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ และริ้วรอยปรากฏชัดขึ้น หลายคนจึงมองหาวิธีฟื้นฟูผิวที่ได้ผลรวดเร็วแต่ไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหมคอลลาเจน (หรือการร้อยไหมเรียบ Mono Threads) จึงกลายเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างลงตัว ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในผิว ทำให้ผิวกลับมาเต่งตึง อิ่มฟู และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับการ ร้อยไหม ว่ามีกี่ชนิด เหมาะกับใครบ้าง รวมถึงวิธีดูแลตัวเองหลังร้อยไหมคอลลาเจนค่ะ

ร้อยไหมคอลลาเจน คืออะไร ?

ร้อยไหมคอลลาเจน เป็นการใช้ไหมเรียบหรือไหม Mono threads ที่มีลักษณะเส้นเล็ก สั้น ไม่มีเงี่ยง ทำจากวัสดุที่เป็นไหมละลายได้เองตามธรรมชาติ อย่าง PDO (Polydioxanone), PLLA (Poly-L-Lactic Acid) หรือ PCL (Polycaprolactone) ร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังในระดับตื้น เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวเต่งตึง เรียบเนียน และลดริ้วรอยได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นนาน

แม้จะมีชื่อเรียกว่า “ไหมคอลลาเจน” แต่จริงๆ แล้วเป็นชื่อทางการตลาดที่คลินิกต่าง ๆ ตั้งขึ้นเพื่อให้เข้าใจง่าย เพราะจุดเด่นของไหมชนิดนี้คือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยเฉพาะ ต่างจากไหมก้างปลาหรือไหมเงี่ยงที่เน้นการยกกระชับผิว

ไหมคอลลาเจนแบบไหนดีที่สุด มีกี่ชนิด ?

ไหมคอลลาเจนที่ใช้ในปัจจุบันมี 3 ชนิดหลัก ได้แก่ PDO, PLLA และ PCL ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและระยะเวลาการละลายที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ความต้องการของผู้รับการรักษา และดุลยพินิจของแพทย์

ไหมคอลลาเจนแบบไหนดีที่สุด มีกี่ชนิด ?

ไหม PDO Polydioxanone

ไหม PDO เป็นไหมละลายที่นิยมใช้มากที่สุด มีคุณสมบัติละลายได้เร็วภายใน 6 เดือน เห็นผลการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวเร่งด่วน เห็นผลไว แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่นานมาก ราคาไม่แพง และมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูง

ไหม PLLA Poly L Lactic Acid

ไหม PLLA มีคุณสมบัติเด่นในการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่า PDO ละลายช้ากว่าคือประมาณ 12-18 เดือน ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 12-18 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว และต้องการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผิวแน่นและมีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น

ไหม PCL Polycaprolactone

ไหม PCL เป็นไหมรุ่นใหม่ที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด ละลายช้าที่สุดคือ 18-24 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน ให้ผลผิวที่แน่นและยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวมาก ไม่อยากทำบ่อย แต่มีราคาสูงกว่าไหมชนิดอื่น

เปรียบเทียบกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนของไหมแต่ละชนิด

ไหมทั้ง 3 ชนิดมีกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนคล้ายกัน คือเมื่อสอดเข้าไปใต้ผิวจะเกิดปฏิกิริยาอักเสบเล็กน้อย กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาซ่อมแซม แต่ต่างกันที่ระยะเวลาของผลลัพธ์และความเข้มข้นของการกระตุ้น โดย PDO กระตุ้นได้เร็วแต่สั้น PLLA กระตุ้นได้ดีและยาวนานกว่า ส่วน PCL กระตุ้นได้ยาวนานที่สุดและต่อเนื่องที่สุด

ทำไมต้องร้อยไหมคอลลาเจน มีประโยชน์อะไรต่อผิว ?

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนลดลงปีละ 1% หลังอายุ 25 ปี ส่งผลให้ผิวเริ่มสูญเสียความแข็งแรง ยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น ปัญหาผิวต่างๆ ทั้งริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หลุมสิว จึงปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ การร้อยไหมคอลลาเจนจึงเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูผิวจากภายใน ด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งให้ประโยชน์ต่อผิวได้หลากหลายดังนี้

ทำไมต้องร้อยไหมคอลลาเจน มีประโยชน์อะไรต่อผิว ?

ประโยชน์หลักต่อการฟื้นฟูผิว

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน – เพิ่มปริมาณคอลลาเจนใต้ผิวขึ้น 20-30% ภายใน 3 เดือน ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นขึ้นจากภายใน
  • ลดริ้วรอยและเส้นละเอียด – ริ้วรอยตื้นๆ บริเวณหน้าผาก หางตา มุมปาก จะค่อยๆ ตื้นขึ้นจากการที่คอลลาเจนเติมเต็มใต้ผิว
  • แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง – คอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียน ละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • หลุมสิวตื้นขึ้น – ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณหลุมสิวตื้น ๆ ให้ดูเรียบเนียนขึ้น โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความลึกของหลุมสิว
  • เพิ่มความหนาแน่นของผิว – ผิวบางที่เปราะบางจะหนาขึ้น แข็งแรงขึ้น ทนทานต่อการเสื่อมสภาพได้ดีขึ้น
  • ผิวเต่งตึง อิ่มฟู – ผิวดูมีน้ำมีนวล ฉ่ำวาว เปล่งปลั่งขึ้นจากการเพิ่มความชุ่มชื้นใต้ผิว
  • ผิวเรียบเนียนขึ้น – พื้นผิวไม่ขรุขระ สัมผัสนุ่มลื่น แต่งหน้าติดทนนานขึ้น
  • หน้าดูอ่อนเยาว์ – ช่วยให้ใบหน้าแลดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • กรอบหน้าชัดขึ้น – แม้ไม่ยกกระชับเท่าไหมเงี่ยง แต่ช่วยให้ผิวกระชับ กรอบหน้าดูเรียวขึ้น
  • ชะลอการเสื่อมของผิว – การกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องช่วยชะลอการหย่อนคล้อยในอนาคต
  • ป้องกันริ้วรอยลึก – เริ่มทำตั้งแต่อายุน้อยช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยลึกที่แก้ไขยาก
  • รักษาระดับคอลลาเจน – ช่วยชดเชยคอลลาเจนที่สูญเสียไปตามวัย คงความอ่อนเยาว์ได้นานขึ้น
  • เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว – ผิวที่แข็งแรงจะต้านทานมลภาวะและแสงแดดได้ดีขึ้น

ร้อยไหมคอลลาเจน เหมาะกับใครบ้าง ?

การร้อยไหมคอลลาเจน เป็นหัตถการที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูและกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว เน้นการปรับปรุงคุณภาพผิวให้แข็งแรง เรียบเนียน และชะลอการเสื่อมสภาพของผิว โดยกลุ่มที่เหมาะสมกับหัตถการนี้มีดังนี้

ร้อยไหมคอลลาเจน เหมาะกับใครบ้าง ?
  • ผู้ที่มีอายุ 25-35 ปี – เริ่มสูญเสียคอลลาเจน ต้องการป้องกันริ้วรอยและรักษาความอ่อนเยาว์
  • ผู้ที่มีอายุ 35-45 ปี – มีริ้วรอยตื้นๆ เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย ต้องการชะลอวัย
  • ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป – ผิวขาดความยืดหยุ่น แต่ยังไม่หย่อนมากจนต้องผ่าตัดหรือยกกระชับ
  • ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อย-ปานกลาง – ผิวเริ่มไม่กระชับ แต่ยังไม่หย่อนมาก
  • ผู้ที่มีมีริ้วรอยตื้นๆ – ริ้วรอยหน้าผาก หางตา มุมปาก ที่ยังไม่ลึกมาก
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง – ต้องการกระชับรูขุมขนให้เล็กลงและผิวเรียบเนียนขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวตื้น – Rolling scar, Boxcar scar ที่ต้องการให้ตื้นขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวขาดความยืดหยุ่น – ผิวบาง ผิวแห้ง และผิวขาดน้ำ
  • ผู้ที่มีใบหน้าที่ซูมตอบ – ต้องการเพิ่มวอลลุ่มเล็กน้อยบริเวณแก้ม ขมับ กรอบหน้า
  • ผู้ที่มีต้องการผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป – ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด
  • ผู้ที่มีไม่ต้องการผ่าตัดหรือหัตถการรุนแรง – กลัวการผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น

บุคคลที่ไม่ควรร้อยไหมคอลลาเจน

  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร – ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ผิวไวต่อการระคายเคือง
  • ผู้มีโรคเลือดไหลไม่หยุด – Hemophilia หรือโรคเลือดที่ทำให้แข็งตัวช้า
  • ผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด – Warfarin, Heparin ที่ไม่สามารถหยุดยาได้
  • ผู้ที่แพ้วัสดุ PDO, PLLA หรือ PCL – มีประวัติแพ้ไหมละลายมาก่อน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว – เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคแพ้ภูมิตัวเอง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคเกี่ยวกับการสร้างคอลลาเจนผิดปกติ

สำหรับใครที่มีปัญหาสิวอักเสบรุนแรง  สิวหนอง สิวผด  โรคผิวหนังบริเวณใบหน้า สะเก็ดเงิน, ผื่นภูมิแพ้, เริม, งูสวัด มีแผลหรือการติดเชื้อ ผิวไหม้จากแสงแดด ผิวอักเสบจากแดดเผา ควรรักษาผิวให้หายก่อนนะคะ

ร้อยไหมคอลลาเจนทำส่วนไหนได้บ้าง ?

การร้อยไหมคอลลาเจน สามารถทำได้หลายบริเวณบนใบหน้าและลำคอ ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแต่ละบริเวณจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในการแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด

ร้อยไหมคอลลาเจนทำส่วนไหนได้บ้าง ?

ร้อยไหมคอลลาเจน แก้ม

บริเวณแก้มเป็นตำแหน่งที่คนส่วนใหญ่นิยมทำร้อยไหมคอลลาเจน ช่วยให้แก้มเต่งตึง ลดรอยย่นแก้ม เติมเต็มแก้มที่ตอบ ทำให้ใบหน้าดูอิ่มฟู อ่อนเยาว์ขึ้น โดยใช้ประมาณ 20-30 เส้นต่อข้าง ร้อยในชั้นผิวตื้นเป็นตาข่ายเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนทั่วบริเวณ

ร้อยไหมคอลลาเจน ใต้ตา

บริเวณใต้ตาที่มีผิวบางและอ่อนไหว ร้อยไหมคอลลาเจนช่วยลดริ้วรอยใต้ตา ร่องน้ำตาตื้น และช่วยให้ผิวใต้ตาดูอิ่มฟูสดใสขึ้น ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ใช้ไหมเส้นเล็กพิเศษประมาณ 4-6 เส้นต่อข้าง ต้องร้อยด้วยความระมัดระวังโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น

ร้อยไหมคอลลาเจน คอ เหนียง

บริเวณคอและเหนียงที่มักแสดงอายุก่อนใบหน้า การร้อยไหมคอลลาเจนช่วยลดริ้วรอยคอ ทำให้ผิวคอกระชับขึ้น ลดเหนียงย้อย ใช้ประมาณ 10-15 เส้น ร้อยเป็นแนวตามรอยย่นธรรมชาติ ช่วยให้คอดูเรียวและอ่อนเยาว์ขึ้น

ร้อยไหมคอลลาเจน ร่องแก้ม

ร่องแก้มหรือร่องโหนกแก้มที่ลึกทำให้ดูแก่ ร้อยไหมคอลลาเจนช่วยเติมเต็มร่องแก้มให้ตื้นขึ้น กระตุ้นคอลลาเจนบริเวณรอบร่อง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้น ใช้ประมาณ 8-10 เส้นต่อข้าง ร้อยตามแนวร่องและบริเวณโดยรอบ

ร้อยไหมคอลลาเจน หน้าผาก ขมับ และมุมปาก

บริเวณหน้าผาก การทำร้อยไหมหน้าผากจะช่วยลดริ้วรอยหน้าผากแนวนอน บริเวณขมับช่วยเติมเต็มขมับที่ตอบ ส่วนมุมปากช่วยลดร่องมุมปาก ลักยิ้ม ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น

ขั้นตอนการร้อยไหมคอลลาเจน

การร้อยไหมคอลลาเจนมีขั้นตอนที่สำคัญ 3 ระยะ คือ การเตรียมตัวก่อนทำ กระบวนการร้อยไหม และการดูแลหลังทำ ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัยระหว่างการรักษา รวมถึงข้อควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ขั้นตอนการร้อยไหมคอลลาเจน

การเตรียมตัวก่อนทำร้อยไหมคอลลาเจน

  • งดยาแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ งดวิตามิน E, Fish oil, Ginseng และอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าในช่วง 3-7 วันก่อนทำ
  • รักษาสิวอักเสบหรือปัญหาผิวหนังให้หายก่อน
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสจัด เค็มจัด หมักดอง ที่ทำให้บวมง่าย ในช่วง 3 วันก่อนทำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับ 7-8 ชั่วโมง
  • แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กินอยู่ให้แพทย์ทราบ

กระบวนการร้อยไหมคอลลาเจน

แพทย์วิเคราะห์ใบหน้าและออกแบบแนวการร้อยไหม ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที ฉีดยาชาเพิ่มเติมตามจุดที่จะร้อย ใช้เข็มขนาด 27-30G สอดไหมทีละเส้นเข้าไปใต้ผิว จำนวน 10-40 เส้นตามพื้นที่ จัดตำแหน่งไหมให้เรียบร้อย ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30-60 นาที

การดูแลตัวเองทันทีหลังทำ

ทันทีหลังทำอาจมีรอยแดง หรือสงสัยว่าหลังร้อยไหมหน้าบวมกี่วัน โดยทั่วไปจะบวมเล็กน้อย ประคบเย็นได้ใน 24-48 ชั่วโมงแรก สามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ตามความจำเป็น หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ทำ นอนหงายหัวสูงในคืนแรก ทาครีมบำรุงเบาๆ ตามที่แพทย์แนะนำค่ะ

ร้อยไหมคอลลาเจน กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน ?

การร้อยไหมคอลลาเจนสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำประมาณ 20-30% จากการที่ไหมช่วยให้ผิวตึงขึ้น ผลจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ โดย 2 สัปดาห์แรกผิวเริ่มเรียบเนียน 1 เดือนเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน 2-3 เดือนเห็นผลเต็มที่จากคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ และผลลัพธ์ของการร้อยไหมคอลลาเจนสามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน

วิธีดูแลตัวเองหลังร้อยไหมคอลลาเจน

การดูแลหลังร้อยไหมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์ดีและยาวนาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อให้คอลลาเจนได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่และป้องกันภาวะแทรกซ้อน

วิธีดูแลตัวเองหลังร้อยไหมคอลลาเจน

ข้อควรปฏิบัติและควรหลีกเลี่ยง

  • ประคบเย็น 10-15 นาทีทุก 2-3 ชั่วโมง
  • งดล้างหน้า 6 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นล้างเบา ๆ
  • แนะนำให้นอนหงายหัวสูง 30-45 องศาในช่วง 3 วันแรก
  • รับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้หากมีอาการปวด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือจับหน้า ในช่วง 1-3 วันแรก
  • งดขัดผิว ลอกหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรด ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • งดนวดหน้าแรง ๆ 4 สัปดาห์
  • งดทำหัตถการที่ใช้ความร้อน 4-6 สัปดาห์

อาหารที่ควรกินและไม่ควรกินหลังร้อยไหม

การเลือกรับประทานอาหารหลังร้อยไหมคอลลาเจนมีผลต่อการฟื้นตัวและประสิทธิภาพของการกระตุ้นคอลลาเจน อาหารที่เหมาะสมจะช่วยลดการอักเสบ เร่งการสร้างคอลลาเจน และลดอาการบวมช้ำ ในขณะที่อาหารบางชนิดอาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้นหรือชะลอการฟื้นตัว การปรับเมนูอาหารช่วงแรกหลังทำจึงสำคัญมาก

อาหารที่ควรกินหลังร้อยไหม

  • อาหารที่มีวิตามินซีสูง (ช่วยสร้างคอลลาเจน) เช่น ส้ม มะนาว เกรปฟรุต ส้มโอ กินสดหรือคั้นน้ำ ฝรั่ง มะละกอ สตรอว์เบอร์รี่ กีวี มะขามป้อม ผักใบเขียว ช่วยการสร้างคอลลาเจน
  • อาหารที่มีโปรตีนคุณภาพ วัตถุดิบสร้างคอลลาเจน เช่น แซลมอน ทูน่า ปลากะพง ไข่ อกไก่ ไก่งวง ถั่วเมล็ดแห้งรวมถึงซุปกระดูก ที่มีคอลลาเจนและเจลาตินธรรมชาติ
  • อาหารต้านการอักเสบ เช่น บลูเบอร์รี่ องุ่นแดง เชอร์รี่ มีแอนติออกซิแดนท์สูง มะเขือเทศ แครอท ฟักทอง บีทรูทถั่วและธัญพืช อย่างอัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดเจีย ข้าวโอ๊ต เป็นต้น
  • น้ำเปล่า  วันละ 2-3 ลิตร หรือน้ำมะพร้าว ช่วยขับของเสียและลดบวม เติมอิเล็กโทรไลต์ ลดการคั่งของน้ำ

อาหารที่ไม่ควรกินหลังร้อยไหม

แนะนำให้หลีกเลี่ยงในช่วง 2 สัปดาห์แรกเพื่อลดอาการบวมและอักเสบ

  • แอลกอฮอล์ทุกชนิด เบียร์ ไวน์ เหล้า ทำให้เลือดคั่ง บวมนาน
  • อาหารเค็มจัด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของกระป๋อง ปลาเค็ม กุนเชียง
  • อาหารหมักดอง ปลาร้า น้ำบูดู กิมจิ ผักดอง
  • อาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด
  • อาหารแปรรูปและไขมันทรานส์

ร้อยไหมคอลลาเจนทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?

การร้อยไหมคอลลาเจนสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ แต่ต้องเว้นระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและป้องกันผลข้างเคียง

ร้อยไหมคอลลาเจนทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?

ร้อยไหมคอลลาเจน กับ Ulthera Thermage Hifu

เครื่องยกกระชับที่ใช้ความร้อนควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนหรือหลังร้อยไหม เพราะความร้อนอาจทำให้ไหมละลายเร็วขึ้นและลดประสิทธิภาพการกระตุ้นคอลลาเจน หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีควรทำเครื่องยกกระชับก่อน รอ 1 เดือนแล้วค่อยร้อยไหมเพื่อเสริมผลลัพธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ร้อยไหมคอลลาเจน กับ ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์

โบท็อกซ์สามารถฉีดพร้อมกันได้หรือเว้น 2 สัปดาห์ก่อน-หลังร้อยไหม ส่วนฟิลเลอร์ควรเว้น 1 เดือนหลังร้อยไหม หรือทำฟิลเลอร์ก่อนแล้วรอ 2 สัปดาห์ค่อยร้อยไหม เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่และไม่ให้ไหมรบกวนการกระจายตัวของฟิลเลอร์

ร้อยไหมคอลลาเจน ราคาเท่าไหร่ ?

โดยทั่วไป ราคาการร้อยไหมคอลลาเจน มักจะอยู่ในช่วงประมาณเส้นละ 1,000–3,000 บาท หรือคิดเป็น แพ็กเกจตั้งแต่ราว 20,000–100,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นไหม ชนิดของไหม และบริเวณที่ทำ ทั้งนี้ ราคาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก ตามมาตรฐานคลินิก ประสบการณ์ของแพทย์ โปรโมชั่น และการดูแลหลังทำที่รวมอยู่ในแพ็กเกจนั้น ๆ ทั้งนี้ การเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อราคาจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการของแต่ละบุคคล

อ่านเพิ่มเติม: ร้อยไหม ราคาเท่าไหร่ ? ยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหม

รีวิวก่อน-หลังร้อยไหมคอลลาเจน ที่ RWC Clinic

รีวิวก่อน–หลังการร้อยไหมคอลลาเจน เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถประเมินผลลัพธ์ของหัตถการได้อย่างรอบด้าน โดยแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวและรูปหน้าในช่วงเวลาต่าง ๆ หลังทำ

ภาพรีวิว

รีวิวก่อน-หลังร้อยไหมคอลลาเจน ที่ RWC Clinic
รีวิวก่อน-หลังร้อยไหมคอลลาเจน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ร้อยไหมคอลลาเจน

รวบรวมคำถามที่ลูกค้า RWC Clinic สงสัยบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการร้อยไหมคอลลาเจน พร้อมคำตอบจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์

ร้อยไหมคอลลาเจน ปลอดภัยไหม ?

สำหรับคนที่กังวลว่าร้อยไหมอันตรายไหม การร้อยไหมคอลลาเจน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ไหมที่ได้มาตรฐาน FDA ไหม PDO, PLLA, PCL ผ่านการทดสอบความปลอดภัย เนื่องจากไหมสามารถละลายได้เองไม่ตกค้าง ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการบวมช้ำเล็กน้อยที่หายได้เอง ความเสี่ยงติดเชื้อน้อยมากหากทำที่คลินิกที่ได้มาตรฐาน

ถ้าร้อยไหมคอลลาเจน แล้วไม่พอใจผลลัพธ์ แก้ไขอย่างไร ?

หากร้อยไหมคอลลาเจนแล้วไม่พอใจผลลัพธ์ แนวทางการแก้ไขจะขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหาและการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไปสามารถพิจารณาได้ดังนี้

  • รอให้ไหมละลายตามธรรมชาติ ไหมคอลลาเจนเป็นวัสดุที่สามารถสลายได้เองตามเวลา ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ลดลงโดยไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม
  • ร้อยไหมเพิ่มเติม ในกรณีที่ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจนหรือยกกระชับไม่เพียงพอ สามารถพิจารณาร้อยไหมเพิ่มได้ โดยมักแนะนำให้เว้นระยะประมาณ 1 เดือนเพื่อให้เนื้อเยื่อเข้าที่ก่อน
  • แก้ไขกรณีไหมโผล่หรือเป็นก้อน หากเกิดปัญหาไหมโผล่ ผิวไม่เรียบ หรือคลำเป็นก้อน แพทย์สามารถแก้ไขได้ด้วยการนวด ปรับตำแหน่ง หรือใช้เทคนิคทางการแพทย์ที่เหมาะสม
  • ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อประเมินสาเหตุและเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล

ทั้งนี้ ผลลัพธ์และแนวทางการแก้ไขอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน การติดตามอาการและปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมนะคะ

สรุป

ร้อยไหมคอลลาเจน เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็วและผลลัพธ์อยู่ได้นาน โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม สภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล

หัตถการนี้สามารถช่วยปรับสภาพผิวในหลายด้าน เช่น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หลุมสิว และความหย่อนคล้อย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน หากใครที่สนใจหรือต้องการร้อยไหมคอลลาเจน ควรเข้ารับการประเมินและคำแนะนำจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคนนะคะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า