เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม? ข้อควรรู้และควรระวังก่อนทำ

เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม? ข้อควรรู้และควรระวังก่อนทำ

หลายคนที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว ไม่ว่าจะด้วยซิลิโคน ด้วยหรือกระดูกอ่อน มักสงสัยว่า เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม เพื่อปรับรายละเอียดที่ยังไม่สมใจ หรือเติมเต็มจุดที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น คำตอบคือทำได้ แต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์และการวางแผนที่รอบคอบ เพราะโครงสร้างจมูกที่ผ่านการเสริมมาแล้วมีความซับซ้อนกว่าจมูกที่ไม่เคยทำหัตถการใด ๆ RWC Clinic จะพาทำความเข้าใจทุกแง่มุมที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจในบทความนี้ค่ะ

ทำความเข้าใจการเสริมจมูกและการฉีดฟิลเลอร์

ทำความเข้าใจการเสริมจมูกและการฉีดฟิลเลอร์

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเป็นการผ่าตัดที่เปลี่ยนโครงสร้างจมูกแบบถาวร โดยการใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปในชั้นเนื้อเยื่อเพื่อสร้างสันจมูกที่สูงโด่ง ส่วนการฉีดฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อปรับแต่งรูปทรงจมูก

เมื่อได้ทำการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแล้ว หากต้องการปรับแต่งเพิ่มเติมด้วยฟิลเลอร์ จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อความปลอดภัย

| อ่านเพิ่มเติม  ฟิลเลอร์จมูก (Nose Filler) เสริมดั้งสวยปลายพุ่ง ปลอดภัย ไม่ผ่าตัด

รูปแบบการเสริมจมูก

การเสริมจมูกมีหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบส่งผลต่อการฉีดฟิลเลอร์ในระดับที่แตกต่างกัน ดังนี้

รูปแบบการเสริมจมูก
  • เสริมจมูกด้วยซิลิโคน (Silicone Implant) เป็นวิธีที่พบบ่อยที่สุดในไทย ซิลิโคนจะถูกฝังอยู่ในชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังตลอดแนวสันจมูก การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำได้ โดยแพทย์มักเลือกปรับบริเวณโคนจมูกหรือปลายจมูก ซึ่งเป็นจุดที่ซิลิโคนไม่ครอบคลุม
  • เสริมจมูกด้วยด้าย (Thread Rhinoplasty) การเสริมจมูกด้วยด้าย PDO หรือ PLLA เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่เมื่อต้องการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเติม ต้องระวังมากกว่าปกติ เนื่องจากด้ายอาจเคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้นหากถูกกดทับจากฟิลเลอร์ในปริมาณมาก แพทย์จะต้องประเมินตำแหน่งด้ายก่อนทุกครั้ง
  • เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อน (Tip Plasty) กรณีนี้มักทำร่วมกับซิลิโคนเพื่อให้ปลายจมูกดูเป็นธรรมชาติ การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำได้บริเวณสันจมูก แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณปลายจมูกที่มีกระดูกอ่อนอยู่ เพราะอาจส่งผลต่อรูปทรงและการยึดเกาะของโครงสร้าง
 

ข้อควรระวังและข้อจำกัด

แม้ว่า เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม จะมีคำตอบว่าได้ แต่ก็มีข้อควรระวังดังนี้

ข้อควรระวังและข้อจำกัด
  • ผลต่อการยึดเกาะของซิลิโคน – เนื้อฟิลเลอร์อาจส่งผลต่อการยึดเกาะของแท่งซิลิโคน โดยเฉพาะหากฉีดในปริมาณมาก อาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนที่หรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • ข้อจำกัดด้านปริมาณ – การฉีดฟิลเลอร์หลังเสริมจมูกต้องใช้ปริมาณที่จำกัด เพื่อไม่ให้กดทับซิลิโคนหรือทำให้จมูกดูผิดรูป โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 0.5-1 CC
  • ความเสี่ยงด้านภาวะแทรกซ้อน – การฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณที่เคยผ่าตัดอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือการอักเสบมากขึ้น เนื่องจากเนื้อเยื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากการผ่าตัดก่อนหน้า
  • ความเสี่ยงด้านหลอดเลือด (Vascular Occlusion) – เมื่อมีซิลิโคนอยู่ภายในจมูก โครงสร้างกายวิภาคบริเวณนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้แนวหลอดเลือดอาจอยู่ในตำแหน่งที่คาดเดาได้ยากขึ้น แพทย์ผู้ฉีดจึงต้องมีความเชี่ยวชาญสูง มีทักษะการฉีดที่แม่นยำ และพร้อมรับมือกับภาวะฉุกเฉินเช่น การอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งหากเกิดขึ้นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฉีดฟิลเลอร์

ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฉีดฟิลเลอร์
  • หลังเสริมจมูกใหม่ – ควรรออย่างน้อย 6-12 เดือน หลังการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวสมบูรณ์และซิลิโคนเข้าที่แล้ว
  • ประเมินความคงตัวของซิลิโคน – แพทย์จะต้องประเมินว่าซิลิโคนยึดเกาะดีและอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์
  • สุขภาพเนื้อเยื่อ – เนื้อเยื่อรอบๆ ซิลิโคนต้องไม่มีการอักเสบ การติดเชื้อ หรือปัญหาใดๆ

การดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์

การดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์ในผู้ที่เคยเสริมจมูกต้องระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนและให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์
  • หลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณจมูก – ไม่ควรนอนตะแคงกดใส่จมูก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิม หรือไปกดทับซิลิโคนที่อยู่ด้านล่าง 
  • ประคบเย็นเบาๆ เพื่อลดการบวม – ใช้ผ้าเย็นหรือเจลเย็นห่อด้วยผ้าบางๆ ประคบบริเวณรอบจมูก วันละ 10-15 นาที ช่วงละ 2-3 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งโดยตรง 
  • ไม่ควรล้างหน้าหรือสัมผัสน้ำบริเวณที่ฉีด – ในช่วง 6 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าหรือให้น้ำสัมผัสบริเวณจมูก เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรียในน้ำ 
  • หลีกเลี่ยงการเอนศีรษะลงหรือก้มหน้านานๆ – การก้มหน้าหรือเอนศีรษะลงต่ำจะทำให้เลือดไหลไปรวมที่ศีรษะมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการบวมมากกว่าปกติ และอาจทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนตัวได้
  • งดการออกกำลังกายหนักที่ทำให้เลือดสูบฉีดหรือเหงื่อออกมาก – การออกกำลังกายที่หนักจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เลือดไหลเวียนเร็วขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการบวมมากกว่าปกติ เหงื่อที่ออกมากยังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้ 
  • หลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ หรือการสัมผัสความร้อนจัด – ความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้เกิดการบวมและอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือสลายเร็วขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนมาก การนั่งใกล้เตาไฟ การใช้ไดร์เป่าผมใส่หน้า
  • ไม่ควรนวดหรือบีบบริเวณจมูกที่ฉีดฟิลเลอร์ – การนวดหรือบีบจมูกอาจทำให้ฟิลเลอร์กระจายไปในทิศทางที่ไม่ต้องการ
  • งดการทำเลเซอร์หรือทรีทเมนต์อื่นๆ บริเวณใบหน้า – การทำเลเซอร์ การฉีดโบท็อกซ์ หรือทรีทเมนต์ความงามอื่นๆ บริเวณใบหน้าอาจไปรบกวนกระบวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ
  • หลีกเลี่ยงการกระแทกบริเวณจมูกอย่างแรง – การกระแทกหรือการกระทบกระเทือนที่รุนแรงอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือแตกกระจาย นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อซิลิโคนที่อยู่ด้านใน
  • นัดติดตามผลตามที่แพทย์กำหนด – การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญมาก โดยปกติจะนัดตรวจที่ 1-2 สัปดาห์หลังฉีด เพื่อประเมินการฟื้นตัวและตรวจสอบว่าฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เสริมจมูกมากี่เดือนถึงฉีดฟิลเลอร์ได้?

โดยทั่วไปแพทย์แนะนำให้รออย่างน้อย 6–12 เดือนหลังการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวสมบูรณ์และซิลิโคนเข้าที่แน่นดีแล้ว อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรให้แพทย์ประเมินโดยตรง

เสริมจมูกซิลิโคนแล้ว ฉีดฟิลเลอร์ได้กี่ CC?

ปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่เสริมจมูกด้วยซิลิโคนแล้ว โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 0.5–1 CC ต่อครั้ง เพื่อไม่ให้กดทับซิลิโคนหรือทำให้จมูกดูผิดสัดส่วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของซิลิโคนด้วย

 ฟิลเลอร์จมูกในคนที่เสริมจมูกแล้ว จะอยู่ได้นานเท่าไหร่?

ระยะเวลาของฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้และกระบวนการเผาผลาญของร่างกายแต่ละคน โดยทั่วไปฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid) อยู่ได้ประมาณ 9–18 เดือน ในผู้ที่มีซิลิโคนอยู่แล้ว ฟิลเลอร์อาจสลายเร็วหรือช้าแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพเนื้อเยื่อรอบๆ

หากไม่พอใจผล สามารถละลายฟิลเลอร์ได้ไหม?

ได้ค่ะ หากใช้ฟิลเลอร์ชนิด HA (Hyaluronic Acid) สามารถใช้ยาละลายฟิลเลอร์ Hyaluronidase เพื่อสลายฟิลเลอร์ออกได้ อย่างไรก็ตามต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบซิลิโคน และควรรอ 1–2 สัปดาห์หลังการละลายก่อนฉีดฟิลเลอร์ใหม่

ฉีดฟิลเลอร์จมูกโดยไม่เสริมจมูก กับเสริมจมูก + ฉีดฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์จมูกอย่างเดียวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรายละเอียดเล็กน้อย เช่น เติมสันจมูก ปรับมุมปลายจมูก โดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติแต่ไม่ถาวร ส่วนการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนร่วมกับฟิลเลอร์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโครงสร้างจมูกที่ชัดเจนและยาวนานกว่า โดยใช้ฟิลเลอร์ปรับรายละเอียดในจุดที่ซิลิโคนครอบคลุมไม่ถึง

สรุป

คำตอบสำหรับคำถาม เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม คือ สามารถทำได้ค่ะ แต่ต้องมีความระมัดระวังและการวางแผนที่ดี การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ การใช้ฟิลเลอร์คุณภาพ และการติดตามผลอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและสวยงาม หากกำลังพิจารณาทำ เสริมจมูกแล้วฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า