รีแพร์ ทางเลือกกระชับช่องคลอดแบบไม่ผ่าตัด คืนความมั่นใจ

รีแพร์ (Repair) คือ การทำรีแพร์ในรูปแบบของการใช้เลเซอร์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่มาใช้ในการกระชับช่องคลอดจาก USA เป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่ RF หรือ Radio Frequency ด้วยวิธีการปล่อยพลังงานอ่อนในรูปของคลื่นวิทยุ ความถี่ที่ปลอดภัย จากกระแสไฟฟ้า เป็นการกระชับช่องคลอดโดยไม่ต้องทำการผ่าตัด

รีแพร์ คืออะไร

ในบทความนี้จะรวมทุกปัญหาที่เกี่ยวกับการทำ รีแพร์ กระชับช่องคลอดโดยไม่ต้องผ่าตัด  พร้อมทั้งวิธีการวิธีการดูแลก่อนหลังการทำรีแพร์ เพื่อให้คนที่สนใจการทำกระชับช่องคลอดช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น และช่วยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและคืนความมั่นใจให้กับน้องสาวของคุณได้

ฟิลเลอร์-รีแพร์

รีแพร์ คืออะไร?

รีแพร์ คือ การตกแต่งซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อภายในช่องคลอดที่หย่อนยาน ให้กระชับยิ่งขึ้น เพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลงและเกิดการหดรัดที่ดีกว่าเดิม ตลอดแนวความลึกของช่องคลอด รวมถึงการตกแต่งเนื้อเยื่อและผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดด้วย

รีแพร์ ผ่าตัด

การรีแพร์ สามารถแบ่งการรักษาออกเป็น 2 วิธี ได้แก่

  • การผ่าตัดรีแพร์  : วิธีนี้ใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษ (Mesh) ที่ถูกแปะหรือฝังไว้ในผนังช่องคลอด เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและประสิทธิภาพของการผ่าตัด ผลลัพธ์ที่ได้มีความสำเร็จสูงถึง 95% ในการแก้ไขปัญหาช่องคลอดหย่อนยาน โดยผู้ป่วยจะไม่รู้สึกถึงการมีแผ่นพยุงอยู่ภายในหลังการรักษา
  • การเลเซอร์รีแพร์  นวัตกรรมเลเซอร์ในปัจจุบันถูกนำมาใช้เพื่อกระชับช่องคลอดโดยไม่ต้องผ่าตัด วิธีนี้สามารถทดแทนการผ่าตัดแบบเดิมได้ ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดหย่อนยานอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบายมากขึ้น

สาเหตุของการเกิดปัญหาช่องคลอดหลวมที่ต้อง รีแพร์

ปัญหาช่องคลอดหลวมเกิดจากภาวะอุ้งเชิงกรานหรือกระบังลมหย่อนคล้อย ซึ่งมีสาเหตุได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • การมีเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลานาน
  • การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรทางช่องคลอด โดยเฉพาะการคลอดบุตรหลายครั้ง หรือทารกมีขนาดใหญ่
  • การคลอดที่ไม่ได้ใช้เทคนิคที่ถูกต้องเหมาะสม
  • ความเสื่อมของเนื้อเยื่อตามอายุที่มากขึ้น
  • ภาวะอ้วนหรือผอมมากเกินไป
  • การต้องออกแรงเกร็งหรือเบ่งบริเวณช่องท้องเป็นประจำ เช่น การยกของหนัก
  • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น ไอเรื้อรัง ท้องผูกเรื้อรัง หรือมีก้อนในช่องท้อง ซึ่งเพิ่มแรงดันในอุ้งเชิงกราน
  • การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) ที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง

ปัญหาหลวมคล้อยของช่องคลอดและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำรีแพร์ เพื่อเพิ่มความกระชับให้แก่ช่องคลอด ทำให้กลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ มีสุขภาพและสุขภาพทางเพศที่ดีดังเดิมค่ะ

I อ่านเพิ่มเติม >>> ป้องกันปัญหาจิ๋มตด สาเหตุลมในช่องคลอด

รีแพร์ อุ้งเชิงกรานหย่อน

ทว่าใช่ทุกปัญหาที่กล่าวมานั้น จะสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการทำรีแพร์ เพราะการทำ รีแพร์ เพื่อกระชับช่องคลอดแบบไม่ผ่าตัดนั้น สามารถทำให้ปัญหาช่องคลอดหลวมดีขึ้นได้เท่านั้น ไม่ได้ทำให้ปัญหาสุขภาพกายอย่างอื่นดีขึ้นแต่อย่างใด

ภาวะอุ้มเชิงกรานหย่อน หรือ ช่องคลอดหลวม

ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำมาซึ่งอาการทางช่องคลอดของสาว ๆ ได้ และการ กระชับช่องคลอด จะเป็นสิ่งที่สามารถช่วยให้ปัญหาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนนั้นดีขึ้น ทางการแพทย์นั้นแบ่งภาวะอุ้มเชิงกรานหย่อนแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

ช่องคลอดหลวม รีเเพร์ ได้ไหม
  • การหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้า ซึ่งจะมีกระเพาะปัสสาวะหย่อนตาม หรือ กระเพาะปัสสาวะหย่อน (Cystocele) ทำให้เกิดอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด ในกรณีนี้ แพทย์จะทำการแก้ไขด้วยการผ่าตัดรีแพร์ผนังช่องคลอดส่วนหน้า (Anterior Vaginal Repair)
  • การหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหลัง ซึ่งจะมีลำไส้ส่วนทวารหนักหย่อนตาม หรือ ลำไส้หย่อน (Rectocele) ทำให้เกิดอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด รวมถึงท้องผูก เพราะผนังที่ยื่นเป็นถุงเข้าไปทางช่องคลอดจะทำให้การขับถ่ายผิดปกติ ในกรณีนี้ แพทย์จะทำการแก้ไขด้วยการผ่าตัดรีแพร์ผนังช่องคลอดส่วนหลัง (Posterior Vaginal Repair)
  • หากผนังช่องคลอดทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังมีความหย่อนคล้อย แพทย์จะทำการแก้ไขด้วยการผ่าตัดรีแพร์ผนังช่องคลอดทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง (A-P Repair หรือ Anterior-Posterior Vaginal Repair)

เมื่อตรวจพบว่า รูปแบบของภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน เป็นรูปแบบไหน ก็สามารถทำการกระชับช่องคลอด ในผนังด้านนั้น ๆ เพื่อแก้ปัญหาช่องคลอดหย่อนคล้อยให้ตรงจุด หากอยู่ในระดับที่หนักมากต้องใช้การรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเดียว

การทำรีแพร์แบบไม่ผ่าตัด มีข้อจำกัดอยู่ที่สามารถรักษาปัญหาช่องคลอดหลวมได้แค่ ระดับเริ่มต้นที่มีความย้อนคล้อยไม่มากเท่านั้น หากมีความหย่อนคล้อยที่มากกว่านั้น อาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการรักษา เป็นการผ่าตัดเพื่อกระชับช่องคลอดแทนการทำรีแพร์

I อ่านเพิ่มเติม >>> ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน แก้อย่างไร

เครื่องมือทางการแพทย์สำหรับการรีแพร์ช่องคลอดแบบไม่ผ่าตัด

4 วิธีกระชับช่องคลอด ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง

รวมวิธีการช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดหลวม ช่องคลอดหย่อน ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง มีดังนี้

1. Kegel exercise (การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน)

การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือ การขมิบช่องคลอด เป็นวิธีกระชับน้องสาวที่ดีและปลอดภัยที่สุด สามารถขมิบได้ทุกโอกาส ทุกเวลา ทุกสถานที่ จะนั่ง จะนอน จะยืน ได้ทั้งหมด และทำได้บ่อยตามที่ต้องการ แต่ข้อเสียคืออาจจะเห็นผลค่อนข้างช้า และต้องทำเป็นประจำ โดยต้องมีวินัยและอาศัยความต่อเนื่องนั่นเอง

I อ่านเพิ่มเติม >>> วิธีการการขมิบช่วยกระชับช่องคลอดที่ถูกต้อง

2. การรับประทานอาหารเสริม

การรับประทานอาหารเสริมช่วยในเรื่องของช่องคลอด เป็นวิธียอดฮิตเนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องพบแพทย์ หาซื้อง่าย มีขายกันตั้งแต่ตลาดนัดรวมถึงตาม Internet แต่ทาง อย.ก็ออกมาเตือนถึงอันตรายบ่อยเช่นกัน

สำคัญ กระแสโฆษณายั่วยวนตามสื่อต่าง ๆ ที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ใช้แล้วดีมี อย. เป็นสมุนไพรก็คงจะปลอดภัย ไม่น่ามีผลข้างเคียงอะไรอะไร ในขณะที่แพทย์ยืนยันว่า “ไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้อกฟู รูฟิตได้จริง” ไม่มียาใดที่กินแล้วสวย ขาว อวบ อึ๋มในพริบตา มีแต่การดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้เหมาะสมเท่านั้น และต้องอยู่ในคำแนะนำของแพทย์โดยตรง

I อ่านเพิ่มเติม >>>  วิธีการกระชับน้องสาวแบบเร่งด่วน!

รีแพร์ ยา

3. ใช้สมุนไพรช่วยรีแพร์

หญ้าฮี๋ยุ่ม (หญ้ารีแพร์) เป็นหญ้าตระกูลไผ่ กลายเป็นหญ้ายอดฮิตเนื่องจากเป็นสมุนไพรไทย ปลอดภัย โดยวิธีการใช้ที่ถูกต้องและเกิดผลอย่างรวดเร็ว คือ การใช้วิธีรมควัน โดยทำได้ด้วยการนำหญ้ารีแพร์ ไปตากแดดให้แห้ง

จากนั้นนำหญ้าประมาณหนึ่งกำมือมาเผาร่วมกับไม้ผุหรือถ่านจนเกิดควัน แล้วนำมาวางใต้เก้าอี้ที่เจาะรูเป็นวงกลมให้หญิงที่ผ่านการคลอดบุตรหรือหญิงที่ต้องการยกกระชับช่องคลอดและมดลูกมานั่งลงบนเก้าอี้ได้เลย

หญ้ารีแพร์

วิธีการบริหารที่ทำให้ช่องคลอดของสตรีทุกวัย สามารถกลับมามีความกระชับดังเดิมได้ด้วยหญ้ารีแพร์ และสามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งหมอ คือการฝึกขมิบ ควบคู่กับการออกกำลังกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานต้องหมั่นฝึกต่อไปเรื่อย ๆ จะทำให้ช่องคลอดของสตรีทุกวัย มีสภาพฟิตตลอดเวลา

ดังนั้น ในกรณีรมควันหญ้ารีแพร์จึงอาจจะดูยุ่งยากไปสักหน่อยในบางท่านที่ไม่มีเวลา ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นที่นิยมสำหรับหญิงหลังคลอดและท่านที่มีเวลามากพอนั่นเอง

4. เครื่องกระชับช่องคลอด

เครื่องกระชับช่องคลอด หรือเครื่องช่วยขมิบ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง ไม่สามารถขมิบช่องคลอดได้ โดยเครื่องช่วยขมิบจะเข้าไปกระตุ้นกล้ามเนื้อช่องคลอดด้วยไฟฟ้าหลังคลอดประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อป้องกันปัญหาปัสสาวะเล็ดในอนาคต เนื่องจากหญิงวัยหมดประจำเดือนกว่า 80% จะเจอปัญหานี้ และการกระตุ้นดังกล่าว จะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ทำทั้งหมดประมาณ 15 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อกลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว ไม่หย่อนยาน

วิธีการใช้ สอดใส่เครื่องมือกระตุ้นกล้ามเนื้อเข้าไปในช่องคลอด โดยใช้ไฟฟ้าเป็นตัวกระตุ้นเพื่อให้เกิดความหดเกร็งของกล้ามเนื้อช่องคลอดเป็นระยะ ๆ

ซึ่งความถี่ในการกระตุ้นสามารถปรับได้ตามความเหมาะสม (ป้องกันการติดเชื้อโดยไม่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน) เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัด และค่าใช้จ่ายไม่สูง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยควรอยู่ภายใต้การดูแลของทีมสุขภาพเท่านั้น

การทำ รีแพร์ เหมาะกับใครบ้าง

การทำรีแพร์แบบไม่ต้องผ่าตัดนั้น ไม่ได้เหมาะกับทุกคน รีแพร์เหมาะกับใครบ้าง ดังนี้

รีแพร์ เหมาะกับใคร
  • ผู้ที่มีปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ เช่น มีอาการเจ็บปวด ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้ เนื่องจากช่องคลอดที่หย่อนยานหรือแคมที่ใหญ่ผิดปกติ การทำรีแพร์จะช่วยให้โครงสร้างของอวัยวะเพศกลับมาแข็งแรง ผิวพรรณกระชับ เพิ่มความรู้สึก และทำให้มีเพศสัมพันธ์ที่เต็มอิ่มสมบูรณ์มากขึ้น
  • ผู้ที่มีอาการเจ็บบริเวณจุดซ่อนเร้นจากภาวะ Labial Hypertrophy หรือการที่แคมใหญ่มีขนาดใหญ่ผิดปกติ จนรบกวนต่อกิจกรรมประจำวันหรือการมีเพศสัมพันธ์ การทำรีแพร์โดยการตัดแต่งแคมให้ได้สัดส่วน จะช่วยให้อาการเจ็บลดลง ความมั่นใจเพิ่มขึ้น และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
  • ผู้ที่มีการไหลเวียนเลือดบริเวณอวัยวะเพศน้อย ทำให้การรับรู้ความรู้สึกทางเพศลดลงหรือช้าลง การทำรีแพร์โดยใช้พลังงานเลเซอร์หรือวิทยุความถี่ จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวหนังกระชับ ความรู้สึกไวขึ้น และตอบสนองได้ดีกว่าเดิม
  • ผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อช่องคลอดหย่อนยาน อันเนื่องจากการคลอดบุตร การสูญเสียน้ำหนัก หรือความเสื่อมตามวัย การทำรีแพร์จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อ เพิ่มความตึงตัว ลดการหย่อนยานของผนังช่องคลอด ส่งผลให้อวัยวะเพศรู้สึกตอดรัดมากขึ้นในขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ที่มีริ้วรอยและการสูญเสียความยืดหยุ่นบริเวณภายนอกของจุดซ่อนเร้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือวัยที่มากขึ้น การทำรีแพร์จะทำให้ผิวหนังเรียบเนียน กระชับ เต่งตึงขึ้น ลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ภายนอกอวัยวะเพศดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี
  • ผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ดโดยไม่ตั้งใจเวลาไอ จาม หรือออกแรง เช่น กระโดด เคลื่อนไหวหนัก ซึ่งสาเหตุมักมาจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและหูรูดปัสสาวะที่อ่อนแอลง การทำรีแพร์บริเวณนี้จะกระชับกล้ามเนื้อ เสริมความแข็งแรงให้หูรูด ป้องกันการรั่วไหลของปัสสาวะ ทำให้ควบคุมการขับถ่ายได้ดีขึ้น

I คุณแม่หลังคลอด สนใจทำรีแพร์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ข้อดี-ข้อเสีย ของการทำ รีแพร์ แบบไม่ผ่าตัด

การทำรีแพร์ แบบไม่ผ่าตัด มีข้อดีและข้อเสีย ดังนี้

ข้อดี-ข้อเสีย ของการ ทำ รีแพร์ แบบไม่ผ่าตัด

ข้อดีของการทำรีแพร์

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ – เป็นหัตถการที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงไม่มีแผลผ่าตัดและลดความเสี่ยงจากการดมยา
  • เจ็บน้อยและใช้เวลาทำไม่นาน – ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาทีต่อครั้ง ขณะทำจะรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณที่รักษา และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ฟื้นตัวเร็ว – ไม่ต้องพักฟื้นนาน โดยทั่วไปสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ทันที
  • ช่วยฟื้นฟูหลายปัญหาในคราวเดียว – เช่น ช่วยเพิ่มความกระชับ ลดอาการปัสสาวะเล็ดเล็กน้อย เพิ่มความชุ่มชื้น และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณจุดซ่อนเร้น
  • ความเสี่ยงต่ำเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ – หากทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและดูแลความสะอาดอย่างถูกต้อง โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนถือว่าค่อนข้างต่ำ

ข้อเสียของการทำรีแพร์

  • ต้องทำหลายครั้งจึงเห็นผลชัดเจน – โดยทั่วไปต้องทำประมาณ 2–4 ครั้ง และอาจต้องทำซ้ำในอนาคตเพื่อคงผลลัพธ์
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล – ระดับความหย่อนคล้อย อายุ และสภาพเนื้อเยื่อมีผลต่อประสิทธิภาพของการรักษา
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะหย่อนรุนแรง – หากมีอุ้งเชิงกรานหย่อนระดับมาก อาจต้องรักษาด้วยวิธีผ่าตัดแทน
  • มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง – เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์เฉพาะทาง ราคาจึงแตกต่างกันตามสถานพยาบาลและจำนวนครั้งที่ทำ
  • อาจเกิดอาการข้างเคียงเล็กน้อยชั่วคราว – เช่น รู้สึกอุ่น แสบเล็กน้อย บวมแดง หรือมีตกขาวเพิ่มขึ้นในช่วงสั้น ๆ หลังทำ

ผลลัพธ์หลังการทำ รีแพร์แบบไม่ผ่าตัด

ทั้งนี้ ผลลัพธ์หลังการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งหลังทำเลเซอร์รีแพร์ จะมีผลลัพธ์ดังนี้

  1. รักษาอาการปัสสาวะเล็ด
  2. กระชับช่องคลอด โดยการกระตุ้นสร้างคอลลาเจน
  3. แก้ไขปัญหาช่องคลอดหลวม
  4. เพิ่มความชุ่มชื้นให้ช่องคลอด
  5. ทำให้ผิวบริเวณอวัยวะเพศภายนอกเต่งตึงขึ้น
  6. เพิ่มน้ำหล่อลื่นภายในช่องคลอด ในผู้ที่มีปัญหาช่องคลอดแห้ง
รีแพร์ ดีไหม

เครื่อง Forma-V คืออะไร

เครื่องเลเซอร์รีแพร์ ตัวช่วยกระชับช่องคลอด FORMA-V นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของการทำ รีแพร์ ที่มีประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีสุดล้ำที่ได้คิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้มีปัญหา ช่องคลอดหลวม ย่อนคล้อย คุณสมบัติพิเศษของ FORMA-V คือสามารถตรงเข้ากระชับผิวได้ลึกถึงระดับชั้นใต้ผิวหนัง นอกจากผลลัพธ์ที่เห็นผลทันทีหลังการรักษาแล้ว คลื่นวิทยุที่ส่งเข้าไปในชั้นผิวหนังยังทำให้เกิดกระบวนการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นในระยะยาว ช่วยลดการสูญเสียเลือดและลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อลงได้อย่างมาก เจ็บน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า

รีแพร์ ที่ไหนดี
รีแพร์ ขณะทำ

คุณสมบัติของเครื่อง FORMA-V คือ การถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้าไปกระชับช่องคลอดพร้อม ๆ กับให้ความรู้สึกอ่อนโยน ทำให้ไม่เจ็บแสบผิวเป็นการใช้พลังงานคลื่นความถี่ RF หรือ Radio Frequency ในการเพิ่มความกระชับโดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวบริเวณภายในจุดซ่อนเร้นโดยไม่ทำให้เจ็บ เพียงแค่จะรู้สึกอุ่น ๆ โดยหัวเลเซอร์ยังมีขนาดเพียง 2 x 1.5 เซนติเมตร เท่านั้น เพียงแค่รู้สึกอุ่น ๆ หลังจากทำจะสามารถรู้สึกถึงความกระชับได้ทันที และลดอาการ ช่องคลอดหลวม ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยที่ไม่ทำให้เกิดรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องงดกิจกรรมทางเพศอีกด้วย

ต้องทำการรักษากี่ครั้งจึงจะเห็นผล

การทำรีแพร์ ส่วนใหญ่ทำการรักษาประมาณ 2-3 ครั้ง ทุก ๆ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้จำนวนครั้งของการรักษาขึ้นอยู่กับปัญหา ความกังวลและความคาดหวังของผู้เข้ารับการรักษาในแต่ละราย และขึ้นอยู แพทย์ผู้ให้การรักษาจะประเมินและวางแผนการรักษาให้คุณได้ดีที่สุดโดยผู้เข้ารับการรักษาเกือบทุกรายแจ้งว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกของการรักษา

ระยะเวลาในการรักษาด้วย เครื่อง Forma-V

การกระชับช่องคลอดด้วยวิธีนี้ ใช้เวลาทำเพียงไม่นาน ประมาณ 30-40 ต่อครั้ง โดยจะเว้นช่วง 1 – 2 เดือน ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ให้การรักษา ที่ประเมินและวางแผนการรักษาสำหรับคุณไว้เรียบร้อยแล้ว

เมื่อทำไปแล้วครั้งแรกจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงคือ ช่องคลอดชุ่มชื้นขึ้น อวัยวะเพศเริ่มขาวขึ้น ซึ่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนจะเกิดขึ้นต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน

รีแพร์ กระชับช่องคลอด

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา

  • ควรกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้นก่อนเข้ารับบริการ
  • สามารถเข้ารับบริการก่อนมีประจำเดือน 7 วัน หรือ หมดประจำเดือนแล้ว 7 วัน
  • ไม่สามารถรับบริการได้ ขณะที่มีประจำเดือน

การดูแลตัวเองหลังทำ รีแพร์ ด้วยเครื่อง Forma-V

  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด ๆ หรือแช่อ่างน้ำร้อนอย่างน้อย 2 วันหลังเข้ารับการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวด้านในบริเวณที่ทำการรักษาหรืองดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1-2 วัน
  • หากมีอาการผิดปกติเช่น แสบร้อน มีการติดเชื้อ บวม แดงผิดปกติ หรืออาการไม่พึงประสงค์ให้รีบติดต่อ แพทย์ผู้ทำการรักษา
  • แนะนำให้ผู้เข้ารับการรักษาเตรียมแผ่นอนามัย/ผ้าอนามัย ที่เคยใช้ปกติและไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือสูตรเย็นใส่รองผิวหลังเข้ารับการรักษา
รีแพร์กระชับช่องคลอด

ราคาของการทำรีแพร์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

1. คลินิกต้องมีความน่าเชื่อถือและมีมาตรฐาน

คลินิกที่เปิดให้บริการการทำรีแพร์ ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบการจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้อง พร้อมติดแบบแสดงรูปถ่าย และรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพมีการบริการที่ดีเยี่ยมตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการจนถึงหลังทำ โดยต้องมีพนักงานที่มีความรู้ มีความเต็มใจที่จะบริการ มีรีวิวจากคนไข้ที่เคยทำ มีช่องทางติดต่ออย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สามารถติดต่อได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และติดต่อได้จริง

2. แพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง

วางแผนการทำได้ตามความเหมาะสม ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ และคงอยู่ได้นานอีกทั้งเพื่อความปลอดภัยต่อตัวคนไข้เองด้วยเนื่องจากแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม สามารถวิเคราะห์ใบหน้าได้อย่างละเอียดและประเมินอย่างเหมาะสมกับปัญหา มีความชำนาญ

3. มีอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย

ถ้าเป็นการผ่าตัดรีแพร์ เครื่องมือต้องมีความสะอาด ทันสมัย มีการฆ่าเชื้อก่อนทำการรักษาให้กับคนไข้ รวมไปถึงมีเครื่องมือที่คอยรองรับความปลอดภัยเมื่อเกิดข้อผิดพลาดเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ถ้าหากเป็นการรักษาด้วยการใช้เครื่องมือ เช่น การเลเซอร์รีแพร์ ก็ต้องได้รับการรองรับมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาจากประเทศไทย

I อ่านเพิ่มเติม >>>  ทำรีแพร์ ที่ไหนดี ?

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรีแพร์

1. ควรเริ่มทำรีแพร์ตอนไหน

ใครที่มีปัญหาเรื่องช่องคลอดหลวม ปัสสาวะเล็ด ปัญหาลมออก ช่องคลอดแห้ง มดลูกหย่อน หรือผิวเหี่ยวหย่อน สามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักรีแพร์ได้เลยค่ะ

2. หลังคลอดบุตร สามารถทำรีแพร์ได้ไหม

ทำได้ค่ะ เพื่อช่วยให้สุขภาพของช่องคลอดนั้นกลับเป็นเหมือนตอนก่อนคลอด เนื่องจากเพราะหลังจากคลอดลูก อาจจะมีภาวะช่องคลอดหลวมหรือภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อย ซึ่งจะส่งผลให้มีปัญหาปัสสาวะเล็ดหรือลมรั่วออกมาได้

สรุป

รีแพร์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพผู้หญิงที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความกระชับ ความชุ่มชื้น และความมั่นใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาช่องคลอดหลวมในระดับเริ่มต้นและไม่ต้องการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาปลอดภัยและตรงตามความคาดหวัง

การดูแลสุขภาพจุดซ่อนเร้นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการใส่ใจคุณภาพชีวิตของตัวเอง หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจทำรีแพร์ทุกครั้ง

ได้รับความสนใจจากสื่อหลากหลายช่องทาง

รีแพร์ กระชับช่องคลอด รางวัล

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC
เขียนและตรวจสอบโดย: ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (MD, Ph.D.)  |  อัปเดตล่าสุด: 31 มีนาคม 2026