RWC Clinic สรุปให้
- ผ่าตัดรีแพร์ คือการผ่าตัดกระชับช่องคลอด แก้ไขปัญหาหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน
- มี 2 รูปแบบ: ผ่าตัดเล็ก (เฉพาะผนังด้านหลัง ฉีดยาชาเฉพาะจุด) และ ผ่าตัดใหญ่ (ทั้งด้านหน้า-หลัง แก้ไขปัสสาวะเล็ด มดลูกหย่อนร่วมด้วย)
- ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดหลวม ปัสสาวะเล็ดเวลาไอจาม เห็นผลกระชับทันทีหลังผ่าตัด
- เหมาะกับผู้หญิงวัย 30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะหลังคลอดบุตรหรือเข้าสู่วัยทอง
- สำหรับผู้ที่ไม่พร้อมผ่าตัด มีทางเลือกกระชับช่องคลอดด้วย RF แบบไม่ต้องผ่าตัด
ผ่าตัดรีแพร์ คือการผ่าตัดกระชับช่องคลอด แก้ปัญหาช่องคลอดหลวม ไม่ฟิต หย่อนยาน ให้กลับมากระชับ เฟิร์ม รู้สึกสาวขึ้นอีกครั้งค่ะ วิธีนี้ทำโดยการผ่าตัดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานในช่องคลอดออก แล้วเย็บใหม่ให้แน่นขึ้น ทำให้ช่องคลอดที่มีปัญหาหย่อนคล้อยกระชับขึ้นได้ทันทีหลังทำ รวมถึงช่วยลดปัญหาปัสสาวะเล็ด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้ด้วยค่ะ ในบทความนี้ RWC Clinic จะพาไปทำความรู้จักผ่าตัดรีแพร์ให้ครบทุกแง่มุม ตั้งแต่ขั้นตอนการทำ สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดหลวม ไปจนถึงทางเลือกแบบไม่ต้องผ่าตัดสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเข้ารับการผ่าตัดค่ะ
ผ่าตัดรีแพร์ หรือ การผ่าตัดกระชับช่องคลอด เป็นการเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อที่นูนเข้าด้วยกัน ในกรณีที่มีการหย่อนยานของผนังช่องคลอดทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง แพทย์จะทำการผ่าตัดกระชับช่องคลอด และรักษากระบังลมหย่อน โดยเป็นการผ่าตัดนำผนังช่องคลอดทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง และเนื้อเยื่อส่วนเกินที่ยื่นเข้าไปในช่องคลอดออกไป
รวมทั้งทำการตกแต่งกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ส่วนปลายที่หย่อนคล้อย กรณีที่ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนอย่างรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษร่วมด้วย เพื่อให้เนื้อเยื่อและอวัยวะในอุ้งเชิงกรานกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม ทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนดีขึ้นและกระชับช่องคลอดมากยิ่งขึ้น
การนำแผ่นพยุงตาข่ายพิเศษ (Mesh) แปะหรือเย็บฝังในผนังช่องคลอด ทำให้การผ่าตัดกระชับช่องคลอด ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถแก้ไขปัญหาช่องคลอดหลวมหย่อนยานได้ถึง 95% จากที่มีโอกาสล้มเหลวมากถึง 60% โดยภายหลังการผ่าตัดรักษา ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกว่ามีแผ่นพยุงอยู่ในช่องคลอด การผ่าตัดทั้งสองวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขกระเพาะปัสสาวะหย่อนและลำไส้หย่อน
การผ่าตัดเล็ก
สำหรับคนไข้ที่ต้องการกระชับช่องคลอดเพียงอย่างเดียว เป็นการผ่าตัดเฉพาะด้านหลังผนังช่องคลอด ใช้เพียงการฉีดยาชาบล็อกเส้นประสาทเฉพาะจุด ไม่ต้องวางยาสลบหรือใส่ท่อช่วยหายใจ
การผ่าตัดใหญ่
สำหรับแก้ไขกระชับช่องคลอด โดยช่องคลอดที่หลวม หย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน เป็นการผ่าตัดทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอด เพื่อรักษาอาการปัสสาวะเล็ด มดลูกหย่อนยาน และอาการอื่นๆร่วมด้วย ซึ่งการผ่าตัดมีรายละเอียดมากกว่าการผ่าตัดเล็ก
หากละเลยและทนอยู่กับปัญหานี้ไปเรื่อยๆ จะเป็นการบั่นทอนความรู้สึก ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่มีความสุขในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดปัญหา ไอจาม ปัสสาวะเล็ด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง
ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้ารับการผ่าตัดทำรีแพร์จะมีอายุประมาณ 30-50 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการแต่งงานและผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว โดยจะเป็นการผ่าตัดในแง่ของการศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความสวยงามและความมั่นใจ สำหรับผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือวัยทอง จะเป็นการผ่าตัดในแง่ของการรักษาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน
อ่านเพิ่มเติม : การทำรีแพร์ช่วยแก้ปัญหาเรื่องใดบ้าง
- แพทย์ให้ยาระงับความรู้สึกก่อนเริ่มผ่าตัด โดยอาจให้ดมยาสลบ ฉีดยาสลบเข้าสู่ร่างกายทางเส้นเลือด หรือฉีดยาระงับความรู้สึกเข้าทางไขสันหลัง ซึ่งในกรณีหลังนี้ผู้ป่วยจะยังคงรู้สึกตัวแต่ไม่รู้สึกเจ็บ
- เมื่อผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกเจ็บแล้ว แพทย์จะเริ่มผ่าตัดโดยเปิดแผลบริเวณผนังช่องคลอด
- เย็บระหว่างผนังช่องคลอดกับกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้ท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะเคลื่อนกลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิม ช่วยเพิ่มความกระชับตึงให้กับเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อบริเวณนั้น
- ในบางกรณี แพทย์อาจต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องร่วมด้วย เพื่อแก้ไขความผิดปกติหรือตำแหน่งของกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
- เย็บเนื้อเยื่อระหว่างช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะ หรือใช้แผ่นเนื้อวางกั้นระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับผนังช่องคลอด ซึ่งอาจเป็นเนื้อผิวหนังบางส่วนของผู้ป่วยเอง หรือวัสดุชีวภาพชนิดอื่นค่ะ
- การมีเพศสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
- การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรทางช่องคลอด โดยเฉพาะการคลอดบุตรหลายครั้ง คลอดทารกตัวโต หรือใช้เทคนิคการคลอดที่ไม่ถูกต้อง
- การเข้าสู่วัยสูงอายุ
- ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
- การออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อช่องท้องเป็นประจำ เช่น จากการยกของหนัก
- การมีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคไอเรื้อรัง ท้องผูกเรื้อรัง หรือมีก้อนเนื้องอกในช่องท้อง ซึ่งทำให้มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้น
- การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทอง
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและกระบังลมอ่อนแรง จนกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ช่องคลอดหย่อนยานและหลวมในที่สุด
- ช่วยทำให้ช่องคลอดกระชับ มีความยื่นหยุ่นมากขึ้น
- ทำให้กล้ามเนื้อช่องคลอดแข็งแรงมีการบีบรัดตัวมากขึ้น
- คืนความชุ่มชื่นตามธรรมชาติให้กับช่องคลอด
- ลดอาการปัสสาวะเล็ดเวลาไอหรือจาม และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
- เห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีที่ทำเสร็จ
- ทำให้รูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน สีสันดูเข้ารูปและลดการหมองคล้ำจุดเซ่อนเร้น
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดรีแพร์
- ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการโดยละเอียด
- ทำหลังมีรอบเดือน
- หากมีประวัติเป็นเริมต้องปรึกษาแพทย์
- แจ้งแพทย์หากมีการใช้ยาลดการแข็งตัวของเลือด
การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดรีแพร์
- เว้นการยกของหนักและออกกำลังกาย
- เลี่ยงการเสียดสีบริเวณที่ได้รับการรักษา
- งดมีเพศสัมพันธ์ 7 วัน
- ดูแลจุดซ่อนเร้นให้สะอาดและแห้ง
- ไม่ควรสวมใส่กางเกงในที่รัดจนเกินไป
ผ่าตัดรีแพร์เจ็บไหม?
ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการให้ยาระงับความรู้สึก แต่หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดตึงได้บ้างตามปกติของแผลผ่าตัดค่ะ
ผ่าตัดรีแพร์ใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน?
โดยทั่วไปควรงดกิจกรรมหนักและมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วัน ส่วนระยะเวลาพักฟื้นเต็มที่ขึ้นอยู่กับขนาดของการผ่าตัดและดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ
ผ่าตัดรีแพร์กับรีแพร์แบบไม่ผ่าตัดต่างกันอย่างไร?
ผ่าตัดรีแพร์ให้ผลลัพธ์ทันทีและคงทนกว่า เหมาะกับเคสที่หย่อนคล้อยมาก ส่วนรีแพร์แบบ RF ไม่ต้องผ่าตัด แต่ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งและผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นานเท่าค่ะ
ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดรีแพร์?
ผู้ที่มีปัญหาช่องคลอดหลวม หย่อนคล้อย ปัสสาวะเล็ด หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ โดยเฉพาะหลังคลอดบุตรหรือเข้าสู่วัยทองค่ะ
ผ่าตัดรีแพร์อันตรายไหม?
เป็นการผ่าตัดที่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ควรเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตและแพทย์มีใบประกอบวิชาชีพถูกต้องค่ะ
หลังผ่าตัดรีแพร์ต้องงดมีเพศสัมพันธ์นานแค่ไหน?
ควรงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วันหลังผ่าตัด เพื่อให้แผลสมานตัวได้เต็มที่ค่ะ
ผ่าตัดรีแพร์ช่วยเรื่องปัสสาวะเล็ดได้จริงไหม?
ได้ค่ะ โดยเฉพาะผ่าตัดใหญ่ที่แก้ไขทั้งผนังช่องคลอดด้านหน้าและหลัง ซึ่งช่วยพยุงกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะกลับสู่ตำแหน่งเดิม ลดอาการปัสสาวะเล็ดเวลาไอจามได้ค่ะ
อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะกับการทำรีแพร์?
ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้ารับการผ่าตัดมักมีอายุ 30–50 ปี ส่วนผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปมักทำในแง่การรักษาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนค่ะ
สรุป
ผ่าตัดรีแพร์ เป็นการทำรีแพร์ด้วยการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดเล็กสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาไม่รุนแรงมาก และผ่าตัดใหญ่สำหรับผู้ที่ต้องการรีแพร์อย่างเร่งด่วนหรือมีปัญหาที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยในกลุ่มผู้หญิงวัย 30–50 ปี มักเป็นการผ่าตัดในแง่ศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความสวยงามและความมั่นใจ ส่วนผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือวัยทอง จะเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนเป็นหลักค่ะ สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมผ่าตัด ก็มีทางเลือกกระชับช่องคลอดด้วย RF แบบไม่เจ็บตัวให้พิจารณาเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อประเมินอาการและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดค่ะ
CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES
กดด้านล่างติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียดและสิทธิ์อื่นๆ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


