ฟิลเลอร์ขมับ แก้ขมับตอบ ปรับรูปหน้าให้สมดุลโดยไม่ต้องผ่าตัด
RWC Clinic สรุปให้
- ฟิลเลอร์ขมับ คือการฉีดสารกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) เข้าบริเวณขมับ เพื่อช่วยแก้ปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ ปรับรูปหน้าให้สมดุล และลดความเด่นของโหนกแก้ม โดยหลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น
- การฉีดขมับจะใช้สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ที่มีคุณสมบัติดูดซับน้ำ ช่วยเพิ่มปริมาตรและความชุ่มชื้นให้ผิว สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติภายใน 12-18 เดือน
- ฟิลเลอร์ขมับช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เต่งตึง กระชับขึ้น และมีมิติมากขึ้น
- ฟิลเลอร์ขมับมีหลายยี่ห้อให้เลือก เช่น Juvederm (Voluma/Volift), Restylane (Lyft/Defyne/Volyme), Belotero
- การฉีดฟิลเลอร์ขมับ โดยทั่วไปใช้ปริมาณ 1-2 cc ต่อข้าง ขึ้นอยู่กับปริมาณและยี่ห้อ
ฟิลเลอร์ขมับ (Temple Filler) หัตถการความงามที่ช่วยเติมเต็มขมับยุบ และปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล ดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แม้จะเป็นวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีความเสี่ยง เช่น รอยช้ำหรือบวมเขียวจากเข็มซึ่งหายได้เอง และกรณีที่พบได้น้อยแต่รุนแรง คือการอุดตันของเส้นเลือด
ขมับตอบ ขมับยุบ เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายคนมองข้ามแต่ส่งผลต่อภาพรวมของใบหน้ามากกว่าที่คิด เพราะเมื่อขมับขาดความอิ่มฟู จะทำให้โหนกแก้มดูเด่นผิดสัดส่วน ใบหน้าดูแก่กว่าวัย และขาดความสมดุลโดยรวม
การฉีดฟิลเลอร์ขมับ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขจุดนี้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เพื่อเพิ่มปริมาตรและปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม บริเวณขมับถือเป็นจุดที่ต้องใช้ความชำนาญสูง เพราะมีเส้นเลือดสำคัญอยู่หนาแน่น การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด บทความนี้ RWC Clinic ได้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์ขมับ ตั้งแต่วิธีการฉีด ราคา ผลข้างเคียง ไปจนถึงการดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุดค่ะ
ฟิลเลอร์ขมับ คืออะไร
ฟิลเลอร์ขมับ คือ การฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าบริเวณขมับ ที่มีคุณสมบัติดูดซับน้ำ ช่วยเพิ่มปริมาตรและความชุ่มชื้นให้กับผิว การฉีดฟิลเลอร์ขมับสามารถช่วยลดความเด่นของโหนกแก้ม ปรับรูปหน้าให้ดูนุ่มนวลขึ้น และแก้ไขปัญหาขมับตอบ ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวได้สัดส่วนมากขึ้นค่ะ
ผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์ขมับอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และการตอบสนองของร่างกายต่อสารเติมเต็ม ซึ่งบางคนเชื่อว่าการฉีดฟิลเลอร์ขมับสามารถช่วยเสริมโหงวเฮ้งได้ด้วย แต่เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ใช่ผลทางการแพทย์ที่ได้รับการพิสูจน์ค่ะ
เจาะลึกฟิลเลอร์เพิ่มเติม : รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ในปี 2024
ปัญหาขมับตอบ ขมับลึก เกิดจากอะไร
ขมับตอบมีสาเหตุมาจากโครงสร้างกะโหลกศีรษะของแต่ละบุคคล ทั้งหลุมลึกข้างขมับ ทำให้มองแล้วขมับตอบหรือเป็นรอยบุ๋มลง โหนกแก้มเด่น ทำให้หน้าเป็นทรงเหลี่ยมไม่เรียวกระชับ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของขมับตอบ มีดังนี้
- การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง อายุที่เพิ่มขึ้นสามารถทำให้ไขมันใต้ผิวหนังลดลง ทำให้บริเวณขมับดูตอบและลึกลง
- กระดูกขมับที่ไม่เด่นชัด เนื่องจากกล้ามเนื้อด้านในมีขนาดเล็กหรือฝ่อลง พื้นที่ด้านในจึงไม่เต็มพอดีกับผิวหนังด้านนอก
- การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ผิวหนังที่เสื่อมสภาพจากการสัมผัสกับแสงแดดและปัจจัยอื่น ๆ อาจทำให้ผิวหนังบริเวณขมับดูไม่เรียบเนียนและมีริ้วรอย
- พันธุกรรม บางคนอาจมีโครงสร้างใบหน้าที่มีขมับตอบจากพันธุกรรม
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของกระดูกตามวัยก็มีส่วนทำให้เกิดขมับตอบ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น กระดูกใบหน้าจะมีการสลายตัวและเปลี่ยนรูปทรง ส่งผลให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนไป รวมถึงบริเวณขมับด้วย
รวมถึงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือมากเกินไป ก็อาจส่งผลให้เกิดขมับตอบได้ค่ะ เพราะไขมันในใบหน้าลดลง ทำให้ผิวหนังบริเวณขมับหย่อนคล้อยและดูตอบมากขึ้น
สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ ขมับตอบไม่ได้เป็นปัญหาสุขภาพ แต่เป็นเรื่องของความสวยงามตามความพึงพอใจของแต่ละบุคคล การแก้ไขหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนตัว และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์ขมับ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์ขมับ ช่วยเติมเต็มขมับที่ไม่สมมาตรและปรับสัดส่วนใบหน้า โดยอาจต้องฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบร่วมด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่สมดุล ปัญหาหลักที่มักแก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์ขมับ ได้แก่
- ขมับตอบหรือลึก สภาวะที่บริเวณขมับมีลักษณะยุบตัวหรือเว้าลึกกว่าปกติ ทำให้เกิดร่องหรือหลุมที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน อาจเกิดจากการสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง การฝ่อของกล้ามเนื้อ หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกตามวัย ส่งผลให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยหรือผอมเกินไป
- ขมับเป็นแอ่งเว้า มีลักษณะเป็นแอ่งกว้างมากกว่าเป็นร่องลึก ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างส่วนบนและส่วนล่างของใบหน้า อาจทำให้ดวงตาดูลึกหรือโหนกแก้มดูเด่นชัดกว่าปกติ
- ต้องการปรับรูปหน้าโดยรวมให้ได้สัดส่วน เป็นความต้องการสร้างความสมดุลให้กับใบหน้าโดยรวม เพราะการเติมเต็มบริเวณขมับอาจช่วยให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น ลดความกว้างของส่วนบนใบหน้า และสร้างเส้นโค้งที่นุ่มนวลจากขมับลงมาถึงแก้ม
- ต้องการลดความเด่นของโหนกแก้ม การฉีดฟิลเลอร์ขมับไม่ใช่การลดขนาดโหนกแก้มโดยตรง แต่เป็นการสร้างสมดุลให้กับใบหน้า เมื่อเติมเต็มบริเวณขมับ จะช่วยลดความแตกต่างระหว่างส่วนที่นูนและส่วนที่เว้า ทำให้โหนกแก้มดูไม่เด่นชัดเกิน ส่งผลให้ใบหน้าดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ และไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโหนกแก้มที่เกิดจากกระดูก ในกรณีเหล่านี้ อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นร่วมด้วย
สำคัญสุด คือ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลค่ะ
ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ขมับ
การฉีดฟิลเลอร์ขมับ สามารถช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและสมดุลมากขึ้น กลุ่มบุคคลที่เหมาะสมกับการฉีดฟิลเลอร์ขมับมีใครบ้าง ดังนี้
- มีปัญหาขมับยุบตอบ หรือมีลักษณะที่บุ๋มลงไป
- ต้องการปรับรูปหน้าเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง
- ผู้ที่กังวลในเรื่องริ้วรอยแห่งวัย
- ต้องการเติมเต็มขมับให้มีใบหน้าที่สมดุล
- มีสุขภาพดีและไม่มีปัญหาสุขภาพหรืออาการแพ้ฟิลเลอร์
- ผู้ที่อายุ 25 ขึ้นไป เพราะปัญหาขมับตอบจะเห็นได้ชัดในช่วงอายุนี้
ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ขมับ ไม่เหมาะสำหรับทุกคน บางคนอาจไม่จำเป็นต้องทำหรืออาจไม่ได้ประโยชน์จากการทำเลยค่ะ เช่น ผู้ที่มีขมับเต็มอยู่แล้ว หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการ
ดังนั้นก่อนการตัดสินใจฉีด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการประเมิน โดยแพทย์จะพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น โครงสร้างใบหน้า สภาพผิว ประวัติสุขภาพ และความต้องการของผู้เข้ารับการรักษา เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่ปลอดภัยให้ค่ะ
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ขมับ
ฉีดฟิลเลอร์ขมับมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มขมับ โดยมีข้อดีดังนี้
- ช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมให้ดูสมดุล มีชีวิตชีวา ให้ผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติ
- เห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ และชัดเจนหลัง 1-2 สัปดาห์เป็นต้นไป
- ขณะทำไม่รู้สึกเจ็บ เพราะก่อนฉีดมีการทายาชา เพื่อระงับความรู้สึก
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- ผลข้างเคียงน้อย ปลอดภัย และมีความเสี่ยงต่ำ หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยตรง
- ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 12-18 เดือน แล้วฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายเองตามธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ขมับ อันตรายไหม? ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง
ขมับ ถือเป็นบริเวณที่อันตรายมากจุดหนึ่งค่ะ เพราะบริเวณขมับมีเส้นเลือดที่สามารถเชื่อมเข้าสู่ดวงตา หากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันในเส้นเลือดบริเวณนี้ จะมีความเสี่ยงถึงตาบอดได้
การฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับนี้ จึงต้องทำด้วยเทคนิคพิเศษโดยแพทย์เชี่ยวชาญ ผลที่ได้ถึงจะออกมาดูดีและปลอดภัย
ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับ
สำหรับผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
ระดับที่ 1 : ผลข้างเคียงทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ
- อาการบวมแดง เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อการบาดเจ็บเล็กน้อยจากเข็มฉีดและสารเติมเต็ม
- รอยช้ำบริเวณที่ฉีด อาจเกิดจากการฉีดที่กระทบเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง
- อาการคันเล็กน้อย เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหายของผิวหนัง
อาการเหล่านี้มักหายไปเองใน 3-7 วัน แนะนำควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส เกา หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันการระคายเคืองเพิ่มเติม และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
ระดับที่ 2 : ผลข้างเคียงที่รุนแรงแต่พบได้น้อย
- การอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตา เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดโดยตรง อาจส่งผลให้เกิดภาวะขาดเลือดและนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้
- อาการปวดหัวหรือปวดบริเวณกระบอกตาทันทีหลังฉีด อาจเป็นสัญญาณเตือนของการอุดตันเส้นเลือด
- ตาพร่ามัวหรือสูญเสียการมองเห็น เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทันที
ระดับที่ 3 : กรณีฉุกเฉินที่ต้องพบแพทย์ทันที
- อาการปวด บวม แดง ผิดปกติ หากรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน
- มีก้อนนูนผิดปกติ อาจเกิดจากการฉีดที่ไม่สม่ำเสมอ หรือปฏิกิริยาของร่างกายต่อฟิลเลอร์
- สงสัยว่ามีการติดเชื้อเฉียบพลัน มีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือมีหนอง
หากมีข้อสงสัยหรือพบอาการผิดปกติใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที เพื่อรับการประเมินรักษาอย่างเหมาะสม ติดตามผล และได้การดูแลอย่างต่อเนื่อง ให้การฉีดฟิลเลอร์ขมับปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจค่ะ
การป้องกันและจัดการความเสี่ยง มีดังนี้
- เลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมาก
- ใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ควรใช้ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. เท่านั้น
- การเตรียมตัวก่อนทำ หลีกเลี่ยงการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดก่อนทำหัตถการ
- การดูแลหลังทำ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น การประคบเย็น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด
- การติดตามผล ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลและจัดการกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ขมับ ให้ปลอดภัย
- เลือกชนิดฟิลเลอร์ที่เหมาะสม แพทย์ควรเลือกฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความเข้มข้นและความยืดหยุ่นใกล้เคียงกับเนื้อเยื่อบริเวณขมับที่สุด เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ กลมกลืนไปกับใบหน้า
- ฉีดในตำแหน่งที่ถูกต้อง แพทย์ต้องมีความรู้ด้านกายวิภาคเป็นอย่างดี เพราะบริเวณขมับ เพื่อเลี่ยงการฉีดโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาทสำคัญ ควรฉีดในชั้นผิวที่ไม่ตื้นหรือลึกเกินไป
- ฉีดปริมาณที่พอดี ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ควรเพียงพอให้ขมับดูเต็มขึ้น แก้ไขปัญหาขมับตอบได้ ไม่มากจนดูไม่เป็นธรรมชาติ ทั่วไปจะใช้ปริมาณ 1-2 cc ต่อข้าง
- ประเมินและปรับเพิ่มเติม หลังฉีดขมับทั้ง 2 ข้างแล้ว แพทย์ต้องประเมินความสมมาตรของใบหน้า ความกลมกลืน รวมถึงความพอใจของคนไข้ หากจำเป็นอาจฉีดเพิ่มเติมเพื่อปรับแต่งรูปทรง และปริมาณจนได้สัดส่วนที่ลงตัวและสมดุลที่สุด
- การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ให้เหมาะสม เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานพยาบาลที่ใช้ในการรักษาต้องสะอาด ปลอดเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อภายหลัง
การเตรียมตัวก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ขมับอย่างถูกวิธี มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผลการรักษาออกมาดูดีเป็นธรรมชาติด้วยค่ะหากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยลดความเสี่ยงและให้การฉีดฟิลเลอร์ขมับเป็นไปราบรื่น ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามต้องการค่ะ
เลือกฟิลเลอร์ขมับอย่างไร ยี่ห้อไหนดี?
การฉีดฟิลเลอร์ขมับ เพื่อแก้ไขปัญหาขมับยุบ ขมับตอบ เลือกอย่างไร? ปัจจัยสำคัญมาก ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย คุ้มกับราคาที่ต้องจ่าย สามารถสังเกตได้ ดังนี้
- ชนิดของฟิลเลอร์ ควรเลือกฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) เพราะมีความปลอดภัยสูงและสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
- ความหนืดและความยืดหยุ่น ฟิลเลอร์สำหรับขมับควรมีความหนืดปานกลางถึงสูง เพื่อให้สามารถเติมเต็มคงรูปได้ดีและยืดหยุ่นพอเหมาะ เพื่อให้ดูธรรมชาติเมื่อแสดงสีหน้า
- ระยะเวลาในการคงอยู่ ควรเลือกฟิลเลอร์ที่คงตัวได้นาน 12-18 เดือน เพื่อลดความถี่ในการฉีดซ้ำ
- ฟิลเลอร์แท้ ผ่านรับรองมาตรฐาน อย. เลือกฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น FDA หรือ CE Mark
ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่นิยมใช้สำหรับขมับ
- Juvederm : Voluma / Volift สำหรับการเพิ่มปริมาตรและยกกระชับคงอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน
- Restylane : Lyft / Defyne / Volyme สำหรับการแก้ไขร่องลึกและเพิ่มปริมาตร ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 12-18 เดือน
สำคัญคือการเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาปัจจัยเฉพาะบุคคล อย่างสภาพผิว ความรุนแรงของปัญหา และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแพทย์จะแนะนำยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ ที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคลให้เองค่ะ
สามารถตรวจสอบรายชื่อผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองได้ที่ เว็บไซต์ อย.
ฟิลเลอร์ขมับ ฉีดสลายได้ไหม?
ฟิลเลอร์ขมับสามารถฉีดสลายได้ค่ะ เพราะมีส่วนประกอบของไฮยารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) สามารถสลายได้ด้วยการฉีด เอนไซม์ไฮยารูโรนิเดส (Hyaluronidase :HYAL) เข้าไปทำหน้าที่สลายตัว HA โดยตรง
ซึ่งการฉีดสลาย เป็นขั้นตอนรักษาในกรณีเกิดปัญหาจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับเท่านั้น ไม่ใช่ขั้นตอนที่ต้องทำประจำ เพื่อแก้ให้ใบหน้ากลับมาเป็นปกติจากปัญหาหน้าผากเป็นก้อน หรือผลลัพธ์ไม่ตรงตามความต้องการ
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีดสลายทุกครั้ง เพื่อประเมินการแก้ปัญหาให้เหมาะสมและตรงจุดนั่นเองค่ะ
เคล็ดลับฉีดฟิลเลอร์ขมับ ให้อยู่นาน
อายุการคงอยู่ของฟิลเลอร์ขมับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ เทคนิคการฉีดของแพทย์ และที่สำคัญคือการดูแลตัวเองให้ถูกวิธีหลังการทำทรีตเมนต์ ซึ่งหากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ร่วมกับปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ ก็สามารถช่วยยืดระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์ให้นานขึ้นได้ค่ะ
เคล็ดลับฉีดฟิลเลอร์ขมับ ให้อยู่นาน มีอะไรบ้าง ดังนี้
- เลือกใช้ฟิลเลอร์ชนิดเข้มข้นที่มีโมเลกุลใหญ่ ซึ่งถูกย่อยสลายช้ากว่า และคงอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ธรรมดา
- ฉีดในปริมาณที่พอเหมาะ การฉีดฟิลเลอร์ขมับต้องมีปริมาณที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป และฉีดลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
- ไม่ควรนวดหรือบีบบริเวณขมับที่ฉีดฟิลเลอร์บ่อยๆ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์กระจายตัวหรือย้ายตำแหน่งได้
- งดแอลกอฮอล์ บุหรี่ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหลังฉีด หรือให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ผิวเสื่อมสภาพเร็ว ช่วยยืดอายุการคงอยู่ของฟิลเลอร์ให้นานขึ้น
ฟิลเลอร์ขมับ ราคาเท่าไร ต้องใช้กี่ CC
โดยเฉลี่ยราคาฟิลเลอร์ขมับอยู่ที่ประมาณ 10,000-25,000 บาทต่อ 1 cc ค่ะ ราคาอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ รวมถึงมาตรฐานของคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ให้บริการ
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้
ทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ขมับจะใช้ปริมาณ 1-2 cc ต่อข้าง ในบางกรณีที่ขมับยุบตัวลึกมากหรือต้องการปรับรูปทรงของใบหน้ามาก อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์มากกว่า 2 cc ต่อข้างค่ะ (ปริมาณการใช้จะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล)
แนะนำว่า การพิจารณาเลือกรักษาด้วยฟิลเลอร์ขมับ ไม่ควรคำนึงถึงเพียงแค่ราคาเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ผลลัพธ์ที่จะได้ และความพึงพอใจเป็นหลัก สำหรับใครที่กำลังลังเล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาและปริมาณที่เหมาะสม แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะที่สุดสำหรับแต่ละบุคคลค่ะ
ข้อปฏิบัติตัวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ
นอกจากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกคลินิกและแพทย์ รวมถึงวิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้หรือปลอมแล้ว เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูดี ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ขมับควรปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนและหลังฉีดต่อไปนี้ด้วยค่ะ
ข้อปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์ขมับ
- งดรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (Nonsteroidal Anti-inflammatory Drugs) หรือวิตามินอี อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวหนังได้
- แจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งหากมีโรคประจำตัว หรือต้องรับประทานยาเป็นประจำ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนรักษา
- เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และอาหารหมักดอง ก่อนฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์
- เลี่ยงการทำเลเซอร์ร้อนก่อนฉีดฟิลเลอร์ขมับ อย่างน้อย 1 เดือน เพราะอาจทำให้ผิวบอบบางและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้
- งดรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีส่วนผสมของวิตามินอี น้ำมันปลา หรือสารสกัดจากสมุนไพรบางชนิด เช่น โสม ขิง กระเทียม และใบแปะก๊วย อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการรักษา เพราะสารเหล่านี้อาจไปยับยั้งการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดหยุดไหลยากขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดจ้ำเลือด
การปฏิบัติตามข้อแนะนำข้างต้น สามารถลดความเสี่ยงจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับได้ ช่วยให้ทั้งกระบวนการรักษาและระยะพักฟื้นเป็นไปราบรื่น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยค่ะ
ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ
ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี บริเวณขมับมีความอิ่มฟู และตัวยาฟิลเลอร์อยู่ได้นาน มีดังนี้
- งดการออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเคลื่อนของฟิลเลอร์
- เลี่ยงการเข้าซาวน่า ทำเลเซอร์ หรือทรีตเมนต์ที่มีความร้อนสูง อย่างน้อย 3 วัน เพื่อไม่ให้ความร้อนไปละลายตัวยา
- งดการแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียและการระคายเคืองผิว
- เลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณขมับ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเคลื่อนของฟิลเลอร์และการเกิดก้อน
- งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวหนัง
หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ อาจมีอาการบวมและช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะค่อย ๆ ทุเลาลงได้เองใน 3-7 วัน หากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล หรือยาที่ได้จากทางคลินิก เพื่อบรรเทาอาการปวดได้
แนะนำให้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยผักผลไม้ที่มีวิตามินสูง และดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณขมับมีความชุ่มชื้นและฟิลเลอร์คงความอิ่มฟูได้ดีค่ะ
ผลลัพธ์หลังการฉีดฟิลเลอร์ขมับ
การฉีดฟิลเลอร์ขมับ สามารถแก้ปัญหาที่กังวลได้อย่างตรงจุด ดังนี้
- ใบหน้าอ่อนเยาว์ ดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- ใบหน้าเต่งตึง กระชับขึ้น และดูมีมิติมากขึ้น
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
- ฟิลเลอร์สามารถสลายตัวไปตามธรรมชาติได้ ไม่เป็นอันตราย
ผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ
- ปวดศีรษะ เมื่อยตึงบ้างเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 วัน
- รอยช้ำหรือบวมบริเวณที่ฉีด มักหายภายใน 3-7 วัน
- อาการแพ้หรือระคายเคืองเฉพาะที่ (พบได้น้อย)
- ความไม่สมมาตรของใบหน้า กรณีที่แพทย์ไม่มีความชำนาญ ฉีดไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
โดยระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ อายุ สภาพผิว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนั้นก่อนฉีดฟิลเลอร์ขมับ แนะนำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินและวางแผนการรักษาจะดีที่สุด
โหงวเฮ้งขมับ ช่วยส่งเสริมอะไร? แก้ไขอย่างไร?
ตามความเชื่อทางโหงวเฮ้ง ขมับเป็นตำแหน่งที่มีความหมายสำคัญต่อชีวิต โดยเฉพาะด้านความมั่งคั่งและความสัมพันธ์ ขมับที่เต็มและสวยงามถือเป็นลักษณะที่ดีตามศาสตร์นี้ โดยมีความเชื่อว่า
- ขมับเต็มช่วยส่งเสริมด้านชีวิตคู่ คู่ครอง ความรักและความสัมพันธ์
- เสริมดวงในการรับทรัพย์และโชคลาภ
- ดึงดูดผู้อุปถัมภ์หรือคนช่วยเหลือในชีวิต
- สำหรับผู้หญิง เชื่อว่าจะได้คู่ครองที่ร่ำรวย ช่วยให้มีชีวิตที่สุขสบาย
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่าขมับที่เต็มบ่งบอกถึงปัญญาและความฉลาด รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการที่ดีด้วย
การแก้ไขตามความเชื่อโหงวเฮ้ง
- การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มขมับที่ตอบ
- การใช้เครื่องประดับ เช่น ต่างหูหรือที่คาดผม เพื่อดึงความสนใจไปที่บริเวณขมับ
- การไว้ทรงผมที่ช่วยปกปิดหรือเสริมความเต็มให้กับขมับ
- บางคนอาจใช้วิธีการแต่งหน้าเพื่อสร้างเงาและมิติให้กับบริเวณขมับ
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ โหงวเฮ้งเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรม ไม่ใช่หลักการทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดขมับหรือฉีดปรับรูปหน้า แนะนำให้พิจารณาจากข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ความปลอดภัย และความต้องการส่วนบุคคล ไม่อิงกับความเชื่อทางโหงวเฮ้งเพียงอย่างเดียวค่ะ
คำถามที่พบบ่อย ฟิลเลอร์ขมับ
- เป็นสิวตรงขมับ สามารถฉีดฟิลเลอร์ขมับได้ไหม?
หากเป็นสิวอักเสบหรือสิวที่มีหนองอยู่ ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ขมับบริเวณนั้น เพราะอาจทำให้การอักเสบลุกลามหรือเกิดติดเชื้อมากขึ้นได้ ควรรอให้สิวยุบและอาการอักเสบหายไปก่อน ถึงสามารถฉีดได้อย่างปลอดภัย
- ฉีดฟิลเลอร์ขมับ สามารถช่วยยกหางตาตกได้ไหม?
การฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับ ไม่ได้ช่วยยกหางตาที่ตกขึ้นมาโดยตรง แต่สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะเมื่อฟิลเลอร์ถูกฉีดเข้าไปแล้ว จะเติมเต็มให้ผิวหนังบริเวณขมับกลับมาตึงกระชับ เผยผิวที่เรียบเนียนขึ้น
ซึ่งจะส่งผลให้ริ้วรอยร่องลึกรอบดวงตา หรือที่เรียกว่า “ตีนกา” ดูตื้นขึ้นและไม่ชัดเจนมากนัก ทำให้ปัญหาหางตาตกแลดูดีขึ้นระดับหนึ่ง แต่หากต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาทางแก้ไขที่ตรงจุดและเหมาะสมกว่าค่ะ
มีความเจ็บเล็กน้อยระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ขมับ ซึ่งฟิลเลอร์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของยาชาอยู่แล้ว ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเท่าไร แต่หากกังวลเรื่องความเจ็บปวด สามารถแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนได้ เพื่อพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่เพิ่มเติม
- ฉีดฟิลเลอร์ขมับนอนตะแคงได้ไหม?
หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก ควรนอนหงายเพื่อไม่ให้เกิดแรงกดทับบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวได้ หลังจากนั้นสามารถนอนตะแคงได้ตามปกติแต่หากเป็นการนอนตะแคงติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ร่องรอยจากการนอนไปกดทับฟิลเลอร์ ทำให้ผิวไม่เรียบเนียนสวยเท่าที่ควรค่ะ
- ฉีดฟิลเลอร์ขมับแล้วปวดหัวเกิดจากอะไร อันตรายไหม?
การปวดหัวหลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ อาจเกิดจากการฉีดโดนเส้นประสาท กระตุ้นให้เกิดอาการปวดได้ ไม่เป็นอันตรายและหายเองได้ภายใน 1-2 วัน แต่หากอาการปวดหัวรุนแรงมากหรือเป็นเรื้อรัง ควรรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
- ฉีดฟิลเลอร์ขมับบวมกี่วัน กี่วันเข้าที่?
หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรก เป็นเรื่องปกติ สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้ และจะค่อย ๆ ทุเลาลงจนกลับสู่สภาพปกติภายใน 7-14 วัน
ส่วนระยะเวลาที่ฟิลเลอร์จะเข้าที่นั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ฉีด และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ถึงเห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
วิธีเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ขมับ เลือกอย่างไร?
บริเวณขมับเป็นจุดที่มีความซับซ้อนทางกายวิภาคสูง มีเส้นเลือดสำคัญหลายเส้นที่สามารถเชื่อมต่อไปยังดวงตาได้โดยตรง การเลือกคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ไม่แพ้การเลือกชนิดของฟิลเลอร์เลยค่ะ โดยมีสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้
1. แพทย์ต้องมีใบอนุญาตและความเชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยตรง
การฉีดฟิลเลอร์ขมับต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างถูกต้อง และมีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคใบหน้าโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพียงแค่ผ่านการอบรมระยะสั้น ควรสอบถามประสบการณ์ จำนวนเคสที่เคยทำ และขอดูผลงานจริงก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาค่ะ
2. คลินิกต้องใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน อย. รับรอง
ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดขมับต้องเป็นสารกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด (HA) ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือ FDA ของต่างประเทศ เช่น Juvederm หรือ Restylane ที่มีความน่าเชื่อถือและผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว หากคลินิกใดไม่สามารถระบุยี่ห้อหรือแสดงที่มาของฟิลเลอร์ที่ใช้ได้ชัดเจน ควรพิจารณาให้ดีก่อนค่ะ
3. มีระบบรองรับกรณีฉุกเฉินและยาสลายฟิลเลอร์พร้อม
คลินิกที่ดีต้องมีเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) สำรองไว้พร้อมใช้งานได้ทันที เนื่องจากหากเกิดภาวะฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด การฉีดสลายอย่างรวดเร็วถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันความเสียหายต่อดวงตา ควรถามคลินิกโดยตรงว่ามีพร้อมหรือไม่ก่อนทำหัตถการค่ะ
4. มีการปรึกษาแพทย์ก่อนทำอย่างละเอียด
คลินิกที่ได้มาตรฐานจะไม่รีบฉีดทันที แต่จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติสุขภาพ ประเมินโครงสร้างใบหน้า และวางแผนการรักษาร่วมกับผู้เข้ารับบริการก่อนเสมอ หากแพทย์ไม่ตรวจประเมินใบหน้าให้ละเอียด หรือไม่ถามประวัติยาและโรคประจำตัวก่อนทำ ถือเป็นสัญญาณที่ควรระวังค่ะ
5. มีรีวิวจริงและผลงานที่ตรวจสอบได้
ก่อนตัดสินใจควรศึกษารีวิวจากผู้รับบริการจริง ไม่ว่าจะผ่านเว็บไซต์คลินิก Google Review หรือแพลตฟอร์มรีวิวความงามที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะรีวิวฟิลเลอร์ขมับที่แสดงผลลัพธ์ก่อน-หลังอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงฝีมือและความชำนาญของแพทย์ได้ตรงที่สุดค่ะ
การฉีดฟิลเลอร์ขมับไม่ใช่เรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว แต่คือการลงทุนในความปลอดภัยของตัวเองค่ะ การเลือกคลินิกที่ถูกต้องตั้งแต่แรก ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นานตามที่ต้องการ
รีวิวฉีดฟิลเลอร์ขมับ ที่ RWC Clinic
รีวิวผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ขมับ จากผู้เข้ารับบริการที่ RWC Clinic
บทสรุป
ฟิลเลอร์ขมับ เป็นทางเลือกในการปรับรูปหน้าที่สามารถช่วยเพิ่มความสมดุลและสัดส่วนให้กับใบหน้า โดยช่วยลดความกว้างของโหนกแก้มที่ปรากฏชัด และทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น แม้ว่าตามความเชื่อ การมีขมับที่เต็มอาจมีนัยยะทางโหงวเฮ้ง แต่การตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ควรอยู่บนพื้นฐานการพิจารณาทางการแพทย์เป็นหลักค่ะ
ก่อนตัดสินใจ ควรประเมินความจำเป็นและความเหมาะสมทางการแพทย์ก่อน เพื่อพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ในการปรับรูปหน้า และตระหนักถึงความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเพราะบริเวณขมับมีความซับซ้อนทางกายวิภาค เป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดอยู่มาก อาจเสี่ยงในเรื่องของฟิลเลอร์อุดตันได้ หากแพทย์ที่ฉีดรักษาไม่เชี่ยวชาญพอ
สุดท้าย ควรตระหนักว่าการฉีดฟิลเลอร์เป็นเพียงหนึ่งในวิธีปรับรูปหน้าเท่านั้น ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ขมับ แนะนำให้หาข้อมูล พิจารณาอย่างรอบคอบ และเข้าปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อน เพื่อประเมินกับวางแผนการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตรงความต้องการของแต่ละบุคคลค่ะ
CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES
กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ
ได้รับความสนใจจากเหล่าดารานักแสดงและสื่ออีกหลายช่องทาง
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic
เขียนและตรวจสอบโดย: ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ (MD, Ph.D.) | อัปเดตล่าสุด: 14 พฤษภาคม 2026