ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน ? คือหนึ่งในคำถามที่ผู้สนใจฉีดฟิลเลอร์ปากถามมากที่สุด เพราะการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นวิธีที่ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่ถาวร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับระยะเวลาที่ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้ ปัจจัยที่มีผลต่อความคงทน รวมถึงวิธีดูแลให้ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานขึ้น เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเข้ารับบริการค่ะ
- ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน
- ยี่ห้อที่ใช้สำหรับฉีดฟิลเลอร์ปาก
- ปัจจัยที่มีผลต่อความอยู่ทนของฟิลเลอร์ปาก
- วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปากให้อยู่ได้นานขึ้น
- ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก และใครควรระวัง
- ราคาฉีดฟิลเลอร์ปากในไทย
- สัญญาณที่บอกว่าฟิลเลอร์ปากกำลังสลาย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน
- สรุป
ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน
ฟิลเลอร์ปากโดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน แต่ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีความสามารถในการสลายตัวที่ไม่เท่ากัน – ฉีดฟิลเลอร์ปาก แก้ปัญหาปากบาง
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm
- Juvederm Ultra Plus: ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปากอวบอิ่มแบบฝรั่ง อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Juvederm Voluma: เนื้อแข็ง แน่น อยู่ได้นานที่สุดถึง 18 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปากอวบอิ่มที่อยู่ได้นาน
- Juvederm Volift: เนื้อนิ่ม มีความละเอียดและยืดหยุ่นสูง ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Juvederm Volite: เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น มีความเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane
- Restylane Kysse: เป็นรุ่นที่ฉีดปากโดยเฉพาะ อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน เหมาะสำหรับการสร้างขอบริมฝีปากที่ชัดเจน อวบอิ่ม และเติมความชุ่มชื้น
- Restylane Refyne: เนื้อเจลมีความยืดหยุ่น สามารถเติมเต็มให้ปากอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
- Restylane Vital Light: เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวปากชุ่มชื้นโดยไม่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มมาก อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Restylane Classic: เนื้อแข็ง สามารถอยู่ได้นาน 12-18 เดือน
อ่านเพิ่มเติม | คู่มือเลือกรุ่นฟิลเลอร์ฉบับมือใหม่
1. ฝีมือและเทคนิคของแพทย์
ความสามารถและประสบการณ์ของแพทย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความอยู่ทนของฟิลเลอร์ปาก แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำทั้งในเรื่องของปริมาณ ตำแหน่ง และวิธีการฉีด ทำให้ฟิลเลอร์กระจายตัวได้ดีและมีความคงทนมากกว่า ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างน้อย 5-10 ปีในการฉีดฟิลเลอร์ปาก
2. พฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน
กิจกรรมที่ทำให้ริมฝีปากเคลื่อนไหวมาก เช่น การพูดมาก การใช้หลอดดูดเครื่องดื่มบ่อยๆ การสูบบุหรี่ หรือการออกกำลังกายหนักๆ อาจเร่งการสลายตัวของฟิลเลอร์ได้ นอกจากนี้ การสัมผัสกับแสงแดดจัดหรือความร้อนสูงเป็นประจำก็ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้นด้วย
3. อัตราการเผาผลาญของร่างกาย
คนที่มีอัตราการเผาผลาญสูงมักจะมีการสลายฟิลเลอร์เร็วกว่าคนทั่วไป ทำให้ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะบุคคลที่ควบคุมได้ยาก
1. หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดด
ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอาหารร้อน เครื่องดื่มร้อน แสงแดดจัด ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการใช้ไดร์เป่าผมใกล้บริเวณที่ฉีด เนื่องจากความร้อนจะกระตุ้นให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น
2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ฟิลเลอร์ปากฟูและอยู่ได้นานขึ้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
3. ไม่นวดหรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดแรงๆ
ควรหลีกเลี่ยงการนวด การคลึง หรือการสัมผัสบริเวณริมฝีปากแรงๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังฉีด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือผิดรูปได้ นอกจากนี้ ควรงดการอ้าปากกว้างหรือการใช้ริมฝีปากมากเกินไปในช่วงแรก
4. งดแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด
แอลกอฮอล์และอาหารรสจัดอาจทำให้เกิดการอักเสบและบวมมากขึ้น ควรงดแอลกอฮอล์ อาหารดอง และอาหารรสจัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
5. ใช้ลิปบาล์มและครีมบำรุงริมฝีปาก
การใช้ลิปบาล์มหรือครีมบำรุงริมฝีปากที่มีสารให้ความชุ่มชื้นจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น
กลุ่มที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปากโดยไม่ต้องผ่าตัด-
- ผู้ที่มีปากบางแต่ต้องการให้ดูอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการเน้นขอบปากหรือแก้ความไม่สมมาตรของริมฝีปาก
- ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยรอบปากจากอายุที่มากขึ้น
- ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหรืองดการฉีด
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์หรือแพ้พิษผึ้ง (เสี่ยงต่อการแพ้ Hyaluronidase)
- ผู้ที่มีการอักเสบ แผล หรือการติดเชื้อบริเวณปากในขณะนั้น
- ผู้ที่เคยฉีดสารถาวร เช่น ซิลิโคน หรือพาราฟิน บริเวณปาก
- ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรืออยู่ในระหว่างการรับยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนฉีดทุกครั้ง จะช่วยให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและแนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะกับสรีระปากได้อย่างตรงจุด
- ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อ Restylane (Kysse, Refyne) – ประมาณ 8,000–15,000 บาท
- ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อ Juvederm (Volift, Ultra Plus) – ประมาณ 10,000–20,000 บาท
- ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อ Juvederm(Voluma) – ประมาณ 15,000–25,000 บาท
ทั้งนี้ ราคาที่สูงกว่าไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ดีกว่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือการเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้าและเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะกับสรีระปากของแต่ละคน
- ริมฝีปากเริ่มแบนลงและหายอวบ เมื่อฟิลเลอร์สลายตัว ริมฝีปากจะค่อย ๆ กลับมาใกล้เคียงกับรูปทรงเดิมก่อนฉีด โดยเฉพาะบริเวณกลางปากที่จะสังเกตเห็นได้ชัดที่สุด
- ขอบริมฝีปากเริ่มไม่คมชัด ฟิลเลอร์ปากช่วยเน้นขอบ Cupid’s Bow ให้ดูชัดเจน เมื่อสลายตัวขอบปากจะเริ่มดูไม่คมชัดหรือหายไปทีละน้อย
- ผิวปากรู้สึกแห้งและขาดความชุ่มชื้นมากขึ้น ฟิลเลอร์ประเภท HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ เมื่อสลายตัว ผิวบริเวณริมฝีปากอาจรู้สึกแห้งกว่าช่วงที่เพิ่งฉีดใหม่ ๆ
- มีรอยเหี่ยวหรือริ้วรอยเล็กน้อยรอบปากกลับมา โดยเฉพาะในผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อลดริ้วรอยรอบปาก เมื่อฟิลเลอร์สลาย ริ้วรอยเหล่านี้จะค่อย ๆ กลับมาให้เห็น
โดยทั่วไปแนะนำให้นัดพบแพทย์เพื่อประเมินผลทุก 6–12 เดือนเพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าควรฉีดซ้ำหรือยังไม่จำเป็น แทนการตัดสินใจเองโดยไม่ผ่านการประเมิน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากต้องดูแลอะไรบ้างเพื่อให้อยู่ได้นาน?
ควรหลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์, ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว, ไม่นวดหรือสัมผัสริมฝีปากแรง ๆ, งดแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด และใช้ลิปบาล์มบำรุงสม่ำเสมอ
ฉีดฟิลเลอร์ปากซ้ำบ่อยได้ไหม?
สามารถฉีดซ้ำได้หลังจากฟิลเลอร์เดิมสลายตัวหมดแล้ว หรือเมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยทั่วไปแนะนำให้รอประมาณ 6–12 เดือนก่อนฉีดซ้ำ และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง
สรุป
ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีด โดยทั่วไปฟิลเลอร์ปากจะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน
เพื่อให้ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานที่สุด ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง ใช้ฟิลเลอร์แท้จากยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและได้มาตรฐาน เช่น Juvederm หรือ Restylane และดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังฉีด ทั้งการหลีกเลี่ยงความร้อน การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการไม่สัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด
การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงปากให้สวยงาม เพราะไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่เจ็บมาก และหากไม่พอใจก็สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ แต่หากต้องการความอยู่ทนนานมากขึ้น อาจต้องพิจารณาว่าการฉีดซ้ำทุกปีเหมาะกับตัวเองหรือไม่ หรืออาจเลือกวิธีศัลยกรรมปากซึ่งให้ผลถาวรมากกว่า
หากคุณไม่พอใจกับฟิลเลอร์ปากที่ฉีดไปแล้ว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สลายฟิลเลอร์ปาก คืออะไร ทำเมื่อไหร่ดี และ ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


