TheraFill รีวิว ฉีดแล้วเป็นยังไง ก่อนตัดสินใจทำ

RWC Clinic สรุปให้

  • TheraFill รีวิว จากผู้ที่เคยฉีดจริงส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าเจ็บน้อย เพราะมียาชา Lidocaine ผสมมาในตัวผลิตภัณฑ์ และเห็นผิวอิ่มฟูได้ตั้งแต่วันที่ฉีด
  • หลังฉีดแทบไม่มีดาวน์ไทม์ บวมแดงเล็กน้อยเพียง 1-2 วันแรก สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ผลลัพธ์ที่คนไข้รีวิวบ่อยที่สุดคือผิวดูฉ่ำวาว ร่องใต้ตาตื้นขึ้น และรู้สึกผิวแน่นขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังฉีด
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละคน
  • ควรเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

TheraFill รีวิว เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องดูก่อนตัดสินใจฉีด ว่าฉีดแล้วเจ็บไหม บวมกี่วัน และผลลัพธ์ที่ได้ตรงกับที่คลินิกโฆษณาไว้จริงหรือไม่ค่ะ ในบทความนี้ RWC Clinic รวบรวมรีวิวและประสบการณ์จริงจากคนไข้ที่เคยฉีด TheraFill มาสรุปให้อ่านง่าย ๆ ครบทุกประเด็นที่ควรรู้ ตั้งแต่ความรู้สึกระหว่างฉีด อาการหลังฉีด ไปจนถึงผลลัพธ์ที่เห็นจริงในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้คนไข้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับบริการค่ะ

ความรู้สึกระหว่างฉีด เจ็บไหม

Upload Image...

TheraFill เจ็บน้อยกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากตัวผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของยาชา Lidocaine อยู่ในตัวเจลอยู่แล้ว ทำให้ระหว่างการฉีดรู้สึกเพียงตึง ๆ หรือจี๊ดเล็กน้อยตามแนวเข็มเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทายาชาเตรียมผิวล่วงหน้านานเหมือนหัตถการบางประเภท

คนไข้บางรายที่มีความไวต่อความเจ็บมากกว่าปกติอาจรู้สึกตึงหรือหน่วง ๆ บริเวณที่ฉีดมากกว่าจุดอื่น เช่น บริเวณริมฝีปากหรือรอบดวงตา แต่โดยรวมแล้วความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้และไม่นานเกินไป เนื่องจากใช้เวลาฉีดต่อครั้งไม่นาน

รีวิวหลังฉีด บวมไหม กี่วันหาย

Upload Image...

หลังฉีด TheraFill แทบไม่มีดาวน์ไทม์ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาการที่พบได้บ่อยคือรอยแดงเล็กน้อยตามแนวเข็ม ซึ่งมักจางหายไปเองภายใน 24-48 ชั่วโมง บางรายอาจมีอาการบวมตึงเล็กน้อยในช่วงวันแรก แต่ไม่มากจนต้องหยุดพักงานหรือกิจกรรมประจำวัน

คนไข้ที่มีผิวบางหรือเส้นเลือดฝอยไวอาจพบรอยช้ำจาง ๆ ได้บ้าง ซึ่งพบไม่บ่อยนักและสามารถใช้เครื่องสำอางปกปิดได้หลังผ่านไป 1-2 วัน ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเลือกฉีด TheraFill ก่อนมีนัดสำคัญหรืองานอีเวนต์ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าบวมนานเกินไป

อ่านบทความเพิ่มเติม | TheraFill คืออะไร? 

รีวิวผลลัพธ์ เห็นผลเมื่อไร อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์ของ TheraFill ตามที่คนไข้รีวิวมักแบ่งออกเป็น 2 ช่วงตามกลไกการทำงานของผลิตภัณฑ์

Upload Image...
  • ช่วงแรก (ทันทีหลังฉีด) ผิวจะดูอิ่มฟูขึ้นทันที ร่องลึกตื้นขึ้นให้เห็นได้ตั้งแต่ลุกจากเตียงฉีด เพราะคอลลาเจนเข้าไปเติมเต็มปริมาตรในชั้นผิวโดยตรง คนไข้หลายคนรีวิวว่าเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันแรกที่ทำ
  • ช่วง 2-4 สัปดาห์หลังฉีด เป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหลายรีวิวระบุว่านี่คือช่วงที่เห็นผลชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะเรื่องผิวกระชับและร่องใต้ตาที่ตื้นขึ้น

สำหรับระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ จากรีวิวและข้อมูลของแพทย์พบว่าโดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละคน คนไข้ที่ดูแลผิวดีและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำลายคอลลาเจน เช่น แสงแดดจัดและการสูบบุหรี่ มักรีวิวว่าผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าค่าเฉลี่ย

ภาพรีวิว

Upload Image...
Upload Image...
Upload Image...
Upload Image...
Upload Image...
Upload Image...

รีวิวเปรียบเทียบ TheraFill กับฟิลเลอร์และคอลลาเจนยี่ห้ออื่น

คนไข้ที่เคยทำทั้งฟิลเลอร์และ TheraFill มักรีวิวเปรียบเทียบไว้ในประเด็นสำคัญดังนี้ค่ะ

หัวข้อTheraFillฟิลเลอร์ (HA)สารกระตุ้นคอลลาเจน
ส่วนประกอบหลักAtelocollagen Type IHyaluronic AcidPPLA
ความรู้สึกจากรีวิวเจ็บน้อย เห็นผลไวเห็นผลชัดทันทีไม่เจ็บมาก แต่ต้องรอผล
ผลลัพธ์เห็นได้ทันทีเห็นได้ทันทีไม่เห็นผลทันที
ระยะเวลาอยู่6-12 เดือน6-18 เดือน12-24 เดือน
เหมาะกับฟื้นฟูผิวบาง ร่องตื้นปรับรูปหน้า เติมร่องลึกเพิ่มปริมาตร ยกกระชับระยะยาว

ส่วนเมื่อเทียบกับคอลลาเจนสดยี่ห้ออื่นในกลุ่มเดียวกัน TheraFill จะโดดเด่นเรื่องความเจ็บที่น้อยกว่าเพราะมียาชาผสมมาให้ในตัว และไม่ต้องทำ Skin Test ก่อนฉีด ทำให้สะดวกและประหยัดเวลามากกว่าคอลลาเจนสดรุ่นเก่าบางยี่ห้อที่ต้องรอผลทดสอบภูมิแพ้ก่อน

ใครไม่เหมาะกับ TheraFill

แม้รีวิวส่วนใหญ่จะเป็นไปในทางบวก แต่ TheraFill ไม่ได้เหมาะกับทุกคน กลุ่มที่ควรงดหรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนตัดสินใจทำ ได้แก่

Upload Image...
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเพียงพอในกลุ่มนี้
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้คอลลาเจน แพ้โปรตีนจากสัตว์ หรือแพ้ยาชา Lidocaine
  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น SLE (Systemic Lupus Erythematosus)
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณผิวที่ต้องการฉีด
  • ผู้ที่มีแผลเป็นชนิด Keloid หรือ Hypertrophic Scar
  • ผู้ที่กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาก่อนทำหัตถการ

การตรวจประเมินสุขภาพผิวและซักประวัติอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนฉีดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ผลลัพธ์ออกมาตรงกับรีวิวที่ดีที่สุดค่ะ

ทำไมรีวิวจากคลินิกที่มีมาตรฐานถึงสำคัญ

 

Upload Image...

เนื่องจาก TheraFill เป็นคอลลาเจนสดที่ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิควบคุม 1-25°C ตลอดเวลาเพื่อคงความเสถียรของโปรตีนคอลลาเจน รีวิวที่ดีและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติจึงมักมาจากคลินิกที่มีระบบจัดเก็บผลิตภัณฑ์ถูกต้องตามมาตรฐาน และใช้ของแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยเท่านั้น

หากฉีดกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บผลิตภัณฑ์ผิดอุณหภูมิ หรือใช้ของที่ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตรงกับรีวิวที่คนไข้เห็นในสื่อออนไลน์ และยังเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การอักเสบหรือการแพ้ที่รุนแรงกว่าปกติ ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำ ควรสอบถามคลินิกเรื่องแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์และระบบการจัดเก็บอย่างละเอียดค่ะ

ทำไมต้องฉีด TheraFill ที่ RWC Clinic

Upload Image...
  • ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเป็น KOL ของ TheraFill โดยตรง นำโดยหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศวรฤทธิ์) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้มีประสบการณ์ประเมินและฉีดมามากกว่า 30,000 เคส
  • ระบบจัดเก็บผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล เก็บรักษาในอุณหภูมิควบคุม 1-25°C พร้อมตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • ผลิตภัณฑ์แท้ 100% ตรวจสอบย้อนกลับได้ ทุกหลอดผ่านการรับรองจาก อย. ไทย พร้อมเอกสารครบถ้วน
  • ประเมินและออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล ไม่ใช่การฉีดตามสูตรสำเร็จ แต่วางแผนตามสภาพผิวและความต้องการของคนไข้แต่ละคน
  • ที่ตั้งสะดวก อยู่ที่ตึก Summer Point สุขุมวิท ซอย 69 ใกล้ BTS พระโขนง เดินทางง่าย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TheraFill รีวิว

Upload Image...

TheraFill รีวิว ส่วนใหญ่บอกว่าเจ็บไหม ?

ส่วนใหญ่รีวิวว่าเจ็บน้อย เพราะมียาชา Lidocaine ผสมมาในตัวผลิตภัณฑ์ รู้สึกเพียงตึง ๆ ระหว่างฉีดเท่านั้นค่ะ

ฉีด TheraFill แล้วบวมกี่วัน ?

อาการบวมแดงเล็กน้อยมักหายภายใน 24-48 ชั่วโมง สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติค่ะ

TheraFill เห็นผลตอนไหน ?

เห็นผลได้ 2 ช่วง คือทันทีหลังฉีดจากการเติมเต็มและช่วง 2-4 สัปดาห์หลังฉีดจากการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ค่ะ

TheraFill อยู่ได้นานแค่ไหนตามรีวิว ?

โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละคนค่ะ

TheraFill ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร ?

ฟิลเลอร์ HA เน้นเติมปริมาตรและดึงความชุ่มชื้น ส่วน TheraFill เป็นคอลลาเจนแท้ที่เติมเต็มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ไปในตัวค่ะ

หญิงตั้งครรภ์ฉีด TheraFill ได้ไหม ?

ไม่แนะนำค่ะ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเพียงพอในกลุ่มนี้

สรุป

โดยรวมแล้ว TheraFill รีวิว จากคนไข้ที่เคยฉีดจริงส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางบวก ทั้งเรื่องความเจ็บที่น้อยกว่าที่คิด ดาวน์ไทม์ต่ำ และผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จะตรงกับรีวิวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์และมาตรฐานของคลินิกเป็นสำคัญ หากคนไข้สนใจฉีด TheraFill และต้องการผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และตรงกับรีวิวที่ดี ทีมแพทย์ RWC Clinic นำโดยหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศวรฤทธิ์) ยินดีให้คำปรึกษาและประเมินผิวก่อนตัดสินใจทำทุกครั้งค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า