RWC Clinic สรุปให้
- ฉีดคอลลาเจนสด (Atelocollagen) คือการฉีดคอลลาเจนบริสุทธิ์ชนิด Type I เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ชุ่มชื้น อิ่มฟู โดยไม่ต้องรอให้ร่างกายกระตุ้นสร้างเอง
- ผ่านกระบวนการตัด Telopeptide ซึ่งเป็นส่วนที่กระตุ้นภูมิแพ้ออก ทำให้มีความปลอดภัยสูง เข้ากันได้ดีกับผิวหนังมนุษย์ และมีโอกาสแพ้น้อยมาก
- เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง หรือต้องการงานผิวเร่งด่วนแบบเห็นผลไว มากกว่าคนที่ต้องการปรับรูปหน้าหรือเติมร่องลึก
- ผลลัพธ์อยู่ได้ระยะสั้นถึงกลาง ควรฉีดต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อคงคุณภาพผิวในระยะยาว
- ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่ผ่านการรับรอง อย. เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี
ฉีดคอลลาเจนสด (Atelocollagen) เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนที่อยากมีผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีแบบเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงหน้าค่ะ ต่างจากฟิลเลอร์ที่เน้นเพิ่มวอลลุ่ม การฉีดคอลลาเจนสดจะเข้าไปเติมคอลลาเจนให้กับผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น รูขุมขนกระชับ และริ้วรอยเล็ก ๆ จางลงได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการทำ
บทความนี้ RWC Clinic จะพาไปทำความรู้จักว่าคอลลาเจนสดคืออะไร เหมาะกับใคร มียี่ห้อไหนบ้าง และควรเลือกฉีดที่ไหนถึงจะปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ
- RWC Clinic สรุปให้
- ฉีดคอลลาเจนสด (Atelocollagen) คืออะไร ?
- คอลลาเจนสด ช่วยอะไรได้บ้าง ?
- คอลลาเจนสด เหมาะกับใคร ?
- ฉีดคอลลาเจนสด ตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
- คอลลาเจนสด มียี่ห้อไหนบ้าง ต่างกันอย่างไร ?
- TheraFill (เทราฟิล)
- Karisma RH Collagen (คาริสมา)
- ฉีดคอลลาเจนสด 1 ครั้ง อยู่ได้นานแค่ไหน ?
- คอลลาเจนสด อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
- เปรียบเทียบคอลลาเจนสด vs ฟิลเลอร์ vs Collagen Biostimulator
- ฉีดคอลลาเจนสด ราคาเท่าไหร่ ?
- ทำไมต้องฉีดคอลลาเจนสดที่ RWC Clinic
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
ฉีดคอลลาเจนสด หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า Atelocollagen คือการฉีดคอลลาเจนบริสุทธิ์ชนิด Type I ที่ผ่านกระบวนการสกัดขั้นสูงเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) โดยตรงค่ะ จุดเด่นของคอลลาเจนสดคือการตัดส่วนที่เรียกว่า Telopeptide ซึ่งเป็นส่วนปลายของโมเลกุลคอลลาเจนที่มักกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ออกไป ทำให้เหลือแต่คอลลาเจนบริสุทธิ์ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนในผิวหนังมนุษย์มากที่สุด
ด้วยคุณสมบัตินี้ เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวแล้ว คอลลาเจนสดสามารถเข้าไป “แทนที่” คอลลาเจนที่สูญเสียไปได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองเหมือนหัตถการกลุ่ม Collagen Biostimulator ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) แบบเร่งด่วน โดยไม่เน้นการปรับเปลี่ยนรูปหน้าค่ะ
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว แก้ปัญหาผิวแห้งลอกเป็นขุยและแต่งหน้าไม่ติด
- เพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว (Skin Density) เสริมโครงสร้างผิวให้แน่น ยืดหยุ่น ไม่ฝ่อบางลงตามวัย
- กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเนียนละเอียดขึ้นจากการที่ชั้นผิวมีความเต่งตึง
- ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines) โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและใบหน้า
- ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมหลุมสิวตื้น ๆ และรอยแผลเป็นให้ดูตื้นขึ้น
- ปลอบประโลมผิว ลดรอยแดงและการอักเสบ ฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ผิวลอกเป็นขุย แต่งหน้าไม่ติด
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน เช่น เตรียมผิวก่อนออกงานสำคัญ หรือกู้ผิวโทรมจากการพักผ่อนน้อย
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวเริ่มดูฝ่อบางลงตามวัย
- ผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปหน้า หรือกังวลว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าจะเปลี่ยนไป
- ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ต้องการเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงจากภายใน
- ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวด้วยงานฉีด แต่ยังไม่พร้อมสำหรับฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มรูปแบบอื่น
- ทั่วใบหน้า ปรับสภาพผิวให้ดูฉ่ำวาว รูขุมขนกระชับ แต่งหน้าติดง่ายขึ้น
- ใต้ตา เติมความชุ่มชื้น ลดใต้ตาคล้ำ และริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบดวงตา
- หน้าผาก ลดริ้วรอยยับจาง ๆ ที่เกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น
- ร่องแก้มและรอบมุมปาก ช่วยให้ร่องแก้มตื้น ๆ ดูอิ่มฟู และลดริ้วรอยรอบริมฝีปากจากการขยับบ่อย
- ลำคอ ฟื้นฟูผิวคอให้เรียบเนียนและตึงกระชับขึ้น
- หลุมสิวหรือรอยแผลเป็น ฉีดเฉพาะจุดเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
จุดเด่นของ TheraFill คือการใช้เทคโนโลยี High Purity Atelocollagen ที่คงโครงสร้างเกลียว Triple Helix ไว้อย่างสมบูรณ์ ทำให้คอลลาเจนทำหน้าที่เป็นโครงข่ายยึดเกาะให้เซลล์ผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทันทีหลังฉีด โมเลกุลมีขนาดเล็กระดับนาโน (น้อยกว่า 0.45 ไมครอน) จึงมีความปลอดภัยสูงและไม่มีความเสี่ยงเรื่องการอุดตันหลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของยาชา Lidocaine 0.3% ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด ทำให้คนไข้รู้สึกสบายและผ่อนคลายมากขึ้น
TheraFill ทำงานแบบ 2 เฟส คือให้ผลลัพธ์การเติมเต็มทันที และในระยะยาวยังกระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ภายใน 2-4 สัปดาห์ เหมาะกับผู้ที่ต้องการงานผิวฉ่ำวาวแบบ Glass Skin และเพิ่มความชุ่มชื้นในระดับตื้นอย่างเป็นธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติม | TheraFill คืออะไร? คอลลาเจนสดฟื้นฟูผิว
Karisma RH Collagen (คาริสมา)
Karisma เป็นคอลลาเจนสดพรีเมียมจากประเทศอิตาลี พัฒนาโดยบริษัท Taumed ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และ CE Mark ยุโรป จัดอยู่ในกลุ่ม Hybrid Biostimulator เนื่องจากมีส่วนประกอบหลักเป็น Rh Collagen (Recombinant Human Collagen) ผสมกับ Hyaluronic Acid (HA) และ Carboxymethylcellulose (CMC)
เทคโนโลยี Rh Collagen ของ Karisma สกัดคอลลาเจนที่เลียนแบบโครงสร้าง DNA มนุษย์ผ่านกระบวนการทางชีวภาพ ทำให้มีความบริสุทธิ์สูงและลดโอกาสการแพ้ จุดเด่นสำคัญคือการช่วยเพิ่ม Skin Density หรือความหนาแน่นของชั้นผิว ทำให้ผิวที่บางและยับย่นกลับมาแน่นและเด้งขึ้น พร้อมมีแรงยกกระชับเบา ๆ ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับผู้ที่ผิวเริ่มมีอายุ ผิวบาง หรือผิวหลวม และต้องการทั้งการเติมคอลลาเจนพร้อมกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ไปพร้อมกันในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม | Karisma RH Collagen ฉีดคอลลาเจนแท้ 99.9%
ผลลัพธ์จากการฉีดคอลลาเจนสด 1 ครั้งจะเริ่มเห็นความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูของผิวได้ตั้งแต่ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ลดลงตามกระบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติของร่างกาย โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่เลือกใช้ สภาพผิวเดิม อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำค่ะ
สำหรับความถี่ในการฉีด แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล โดยทั่วไปในช่วงเริ่มต้นแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ติดต่อกันประมาณ 3 ครั้ง เพื่อสะสมระดับคอลลาเจนในชั้นผิวให้เพียงพอจนเห็นผลชัดเจน หลังจากนั้นสามารถเว้นระยะฉีดซ้ำได้ทุก 2-4 เดือน เพื่อรักษาความฉ่ำวาวและชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ค่ะ
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังฉีด
- รอยแดงและตุ่มนูนเล็ก ๆ บริเวณรอยเข็ม คล้ายตุ่มยุงกัด
- อาการบวมเล็กน้อย ซึ่งมักยุบตัวหายไปเองภายใน 1-3 ชั่วโมง
- รอยช้ำในบางจุด ที่สามารถหายได้เองภายใน 1-3 วัน
- หากฉีดถี่เกินไปหรือปริมาณมากเกินความจำเป็น อาจเสี่ยงเกิดภาวะผิวนูนหรือหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ควรฉีดตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
| หัวข้อ | คอลลาเจนสด | ฟิลเลอร์ | Collagen Biostimulator |
|---|---|---|---|
| สารประกอบหลัก | Atelocollagen (Collagen Type I) | Hyaluronic Acid (HA) | เช่น PLLA (Sculptra), HA+CaHA (HArmonyCa) |
| จุดเด่น | ฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น | ปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก | กระตุ้นร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง |
| ผลลัพธ์ | เห็นผลเร็ว 1-2 สัปดาห์ | เห็นผลทันทีหลังฉีด | ค่อย ๆ เห็นผลใน 2-3 เดือน |
| ระยะเวลาอยู่ | 3-6 เดือน | 6-18 เดือน | 12-18 เดือน |
| เหมาะกับ | ผิวแห้ง ขาดคอลลาเจน ริ้วรอยเริ่มต้น | ร่องแก้มลึก ผิวทรุด ต้องการปรับโครงหน้า | ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวระยะยาว |
โดยสรุป คอลลาเจนสดเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในและไม่เปลี่ยนรูปหน้า ในขณะที่ฟิลเลอร์เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างใบหน้า ส่วน Collagen Biostimulator เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวและยอมรอผลที่ค่อยเป็นค่อยไปได้ค่ะ ทั้งสามหัตถการสามารถทำควบคู่กันได้ตามการประเมินของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ครบทุกด้าน
ราคาฉีดคอลลาเจนสดจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อที่เลือกใช้ ปริมาณที่ฉีด ประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำ รวมถึงโปรโมชันของแต่ละคลินิกในช่วงเวลานั้น ๆ ค่ะ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดราคาและโปรโมชันปัจจุบันโดยตรงกับทาง RWC Clinic เพื่อรับข้อมูลที่อัปเดตและตรงกับความต้องการของคนไข้แต่ละท่านมากที่สุด
- ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นำโดยหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์) KOL ของ TheraFill และ Karisma RH Collagen โดยตรง ทำให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการประเมินสภาพผิว วางแผนการฉีด และเลือกเทคนิคที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้า
- ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ 100% ตรวจสอบได้ทุกล็อตการผลิต มั่นใจได้ว่าไม่ใช่ของปลอมหรือของหิ้ว
- ประเมินสภาพผิวเป็นรายบุคคล ก่อนแนะนำยี่ห้อและปริมาณที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละคน
- สถานที่ได้มาตรฐาน ตั้งอยู่ที่ Summer Point สุขุมวิท ซอย 69 ใกล้ BTS พระโขนง เดินทางสะดวก
ฉีดคอลลาเจนสดเจ็บไหม ?
ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อ เช่น TheraFill มีส่วนผสมของยาชา ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยมากระหว่างทำ และไม่ต้องพักฟื้นหลังฉีดค่ะ
ฉีดคอลลาเจนสดกับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร ?
คอลลาเจนสดเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า ส่วนฟิลเลอร์เน้นเติมเต็มปริมาตรและปรับโครงหน้าค่ะ
ฉีดคอลลาเจนสดพร้อมกับฟิลเลอร์ในวันเดียวกันได้ไหม ?
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยส่วนใหญ่แนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 1 เดือน เพื่อป้องกันผิวบวมช้ำมากเกินไปค่ะ
หลังฉีดคอลลาเจนสด ต้องพักหน้ากี่วัน ?
ไม่จำเป็นต้องพักหน้า สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แนะนำงดแต่งหน้าและครีมบำรุงประมาณ 4-6 ชั่วโมงหลังทำเท่านั้นค่ะ
คอลลาเจนสดต่างจาก Sculptra หรือ HArmonyCa อย่างไร ?
คอลลาเจนสดเติมคอลลาเจนสำเร็จรูปให้ผิวทันที เห็นผลเร็วแต่อยู่ได้ระยะสั้นกว่า ส่วน Sculptra และ HArmonyCa กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง เห็นผลช้ากว่าแต่ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานกว่าค่ะ
ควรฉีดคอลลาเจนสดบ่อยแค่ไหน ?
ช่วงเริ่มต้นแนะนำฉีดต่อเนื่องทุก 2-4 สัปดาห์ ประมาณ 3 ครั้ง จากนั้นเว้นระยะฉีดซ้ำทุก 2-4 เดือนเพื่อคงคุณภาพผิวค่ะ
สรุป
ฉีดคอลลาเจนสด เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนที่อยากได้ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีแบบเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนรูปหน้าค่ะ เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ เริ่มต้น มากกว่าผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าหรือเติมร่องลึก
หากคนไข้ยังไม่แน่ใจว่าสภาพผิวของตัวเองเหมาะกับคอลลาเจนสดยี่ห้อไหน หรือควรทำควบคู่กับหัตถการอื่นหรือไม่ ทีมแพทย์ RWC Clinic นำโดยหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศวรฤทธิ์) และทีมแพทย์ยินดีให้คำปรึกษาและประเมินผิวก่อนตัดสินใจทำทุกครั้งค่ะ
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

