RWC Clinic สรุปให้
- ไหม pdo เป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดละลายได้ที่วงการแพทย์ใช้ในงานศัลยกรรมมานาน มีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองผ่านกระบวนการไฮโดรไลซิสโดยไม่ทิ้งสารตกค้างหรือพังผืดที่ผิดปกติไว้ใต้ผิวหนัง
- กลไกหลักคือการสร้างโครงข่ายเพื่อพยุงเนื้อเยื่อพร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่รอบ ๆ เส้นไหม ช่วยให้ผิวหน้าดูแน่น อิ่มฟู และรูขุมขนเนียนละเอียดขึ้นจากภายใน
- รูปแบบของเส้นไหมมีหลากหลายทั้งแบบเรียบ เกลียว และเงี่ยง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามระดับความหย่อนคล้อย ตั้งแต่การเน้นงานคุณภาพผิวไปจนถึงการดึงปรับรูปหน้าให้คมชัดเป็นทรงวีเชฟ
- การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและตรวจสอบเลข Lot ของไหมแท้ผ่าน QR Code เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงความกระชับได้ยาวนาน 1-2 ปีค่ะ
หลายคนกำลังเผชิญปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยและร่องแก้มลึกแต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดใหญ่ทำให้การร้อย ไหม pdo เป็นทางเลือกหลักที่ช่วยกู้คืนความมั่นใจได้รวดเร็ว ปัญหาผิวตกและกรอบหน้าไม่ชัดมักเกิดจากคอลลาเจนเสื่อมสภาพส่งผลให้ภาพรวมของใบหน้าดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ
ในบทความนี้ จะพาไปเจาะลึกรายละเอียดการทำงานของไหมละลายชนิดนี้ที่เน้นการยกกระชับพร้อมกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อให้ผิวดูแน่นขึ้น ข้อมูลส่วนนี้รวบรวมจากเทคนิคการปรับรูปหน้าที่เน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและลดโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ภายใน 2-3 วัน ค่ะ
ไหม pdo คืออะไร ?
ไหม pdo คือไหมละลายที่ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ Polydioxanone ซึ่งวงการแพทย์ใช้งานศัลยกรรมเย็บแผลหัวใจและเส้นเลือดใหญ่มานานหลายทศวรรษก่อนนำมาปรับใช้ในหัตถการความงาม ตัวไหมมีลักษณะเป็นเส้นเดี่ยวที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถคงทนต่อแรงดึงได้ดีพอสมควร ร่างกายจะสลายไหมชนิดนี้ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซิส (Hydrolysis) โดยที่เส้นไหมจะค่อย ๆ จางหายไปเองภายในระยะเวลาประมาณ 180-210 วัน
โครงสร้างทางเคมีของไหมชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระดับต่ำเพื่อดึงดูดเซลล์ไฟโบรบลาสต์มาสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่รอบ ๆ บริเวณที่ร้อยเข้าไป การสลายตัวของไหมจะไม่ทิ้งสิ่งแปลกปลอมหรือก้อนพังผืดที่ผิดปกติไว้ใต้ผิวหนังเนื่องจากจะเปลี่ยนรูปเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ วัสดุประเภทนี้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลและมีโอกาสเกิดอาการแพ้ได้น้อยมากค่ะ
ไหม pdo ช่วยแก้ปัญหาเรื่องอะไรบ้าง?
การร้อยไหม pdo เน้นแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นและปรับสภาพผิวที่ขาดความยืดหยุ่นให้กลับมาแน่นกระชับอีกครั้ง ตัวไหมจะเข้าไปสร้างโครงข่ายใต้ผิวเพื่อพยุงเนื้อเยื่อพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบ ๆ เส้นไหมส่งผลให้ผิวดูอิ่มฟูและมีคุณภาพดีขึ้นจากภายใน
- ลดริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า เช่น บริเวณหางตา ร่องแก้มตื้น หรือหน้าผาก
- เก็บกรอบหน้าให้ดูคมชัดและลดปัญหาคางสองชั้นในรายที่ผิวหนังเริ่มคล้อย
- ฟื้นฟูสภาพผิวที่ดูเหนื่อยล้าให้มีความเปล่งปลั่งจากการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ยกกระชับแก้มที่เริ่มห้อยย้อยเพื่อปรับรูปหน้าให้เป็นทรงวีเชฟมากขึ้น
การใช้ไหม pdo ยังช่วยจัดการปัญหาผิวที่ต้องการเก็บรายละเอียดความเนียนละเอียดของรูขุมขนเพิ่มขึ้นหลังจากผ่านการทำเลเซอร์หรือหัตถการกลุ่มงานฉีดมาแล้ว เทคนิคนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติสูงมากเนื่องจากไม่ได้ดึงรั้งผิวจนดูตึงแข็งจนเกินไป ผิวจะเริ่มเข้าที่และเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดในช่วง 4-8 สัปดาห์ หลังจากการร้อยไหมค่ะ
รูปแบบของเส้นไหม pdo ที่พบได้บ่อย
รูปแบบของเส้นไหม pdo ถูกพัฒนาโครงสร้างทางกายภาพให้มีความหลากหลายเพื่อการแก้ปัญหาผิวหน้าในแต่ละระดับชั้นผิว ตั้งแต่เน้นงานกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นหนังแท้ไปจนถึงการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อไขมันเพื่อการพยุงผิว
โครงสร้างทางกายภาพของเส้นไหมส่งผลต่อแรงต้านและแรงดึงรั้งในชั้นผิวหนังโดยตรง แพทย์มักพิจารณาเลือกใช้ตามระดับความหนาของชั้นไขมันและความหย่อนคล้อยของคนไข้ โดยแบ่งเป็นกลุ่มหลักที่ใช้เน้นงานคุณภาพผิวและกลุ่มที่ใช้เพื่อการปรับโครงสร้างหน้าด้วยเงี่ยงขนาดเล็ก
ไหมเรียบและไหมเกลียวทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร
ไหมเรียบเน้นการฟื้นฟูผิวจากภายในผ่านการสร้างคอลลาเจนใหม่เป็นโครงข่ายใต้ชั้นหนังแท้ ส่วนไหมเกลียวถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวดูอิ่มฟูและมีแรงยึดเกาะที่สูงกว่าจากการพันเส้นไหมรอบเข็ม ไหม pdo ชนิดเรียบมักถูกใช้ปริมาณมากในคราวเดียว เช่น 10-50 เส้น เพื่อสร้างความหนาแน่นให้ผิวที่เริ่มบางและมีริ้วรอยเล็ก ๆ ให้กลับมาเต่งตึงขึ้น การร้อยไหมชนิดนี้ทำได้รวดเร็วและเหมาะกับบริเวณที่ผิวบอบบางอย่างหางตาหรือลำคอโดยไม่ทำให้เกิดรอยนูนใต้ผิวหนัง
ไหมเกลียวทำหน้าที่เสมือนสปริงที่ช่วยดันเนื้อเยื่อให้ดูมีมิติมากขึ้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้เข้มข้นกว่าเส้นไหมเรียบทั่วไปเนื่องจากมีพื้นที่ผิวสัมผัสกับเนื้อเยื่อมากกว่า แพทย์มักเลือกใช้ไหมเกลียวเพื่อเติมเต็มร่องลึกในจุดที่การฉีดฟิลเลอร์อาจไม่ตอบโจทย์ เช่น ร่องแก้มที่ลึกหรือหน้าผากที่ต้องการความนูนอย่างเป็นธรรมชาติ ความแตกต่างที่ชัดเจนคือแรงสปริงในไหมเกลียวจะช่วยพยุงผิวให้กระชับขึ้นได้ทันทีหลังทำ ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการเก็บกรอบหน้าได้ดีกว่าไหมเรียบแบบปกติถึง 2 เท่า ค่ะ
| คุณสมบัติ | ไหมเรียบ (Mono) | ไหมเกลียว (Screw) |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์หลัก | ฟื้นฟูคุณภาพผิวและลดริ้วรอยเล็ก ๆ | เพิ่มวอลลุ่ม เติมร่องลึก และกระชับผิว |
| ลักษณะการทำงาน | สร้างโครงข่ายคอลลาเจนใต้ผิว | กระตุ้นคอลลาเจนเข้มข้นด้วยรูปทรงสปริง |
| บริเวณที่เหมาะสม | พื้นที่กว้าง เช่น แก้ม ลำคอ หางตา | จุดที่ต้องการความอิ่มฟู เช่น ร่องแก้ม หน้าผาก |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ผิวเนียนละเอียดและแน่นขึ้น | ผิวดูเต็มขึ้นและมีมิติมากกว่าไหมเรียบ |
การทำงานของไหมเงี่ยงเพื่อล็อคผิวหน้า
ไหมเงี่ยงทำงานด้วยการใช้หนามขนาดเล็กที่เรียงตัวอยู่บนเส้นไหมเกี่ยวเข้ากับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเพื่อพยุงและยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยขึ้นทันที เมื่อเราสอด ไหม pdo เข้าไปในชั้นผิว เงี่ยงเหล่านี้จะกางออกคล้ายฟันปลาเพื่อยึดเกาะกับชั้นไขมันและเนื้อเยื่อส่วนบน ป้องกันไม่ให้ผิวเคลื่อนที่กลับลงมาตามแรงโน้มถ่วง แรงดึงที่เกิดขึ้นสร้างกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้นและเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดบริเวณร่องแก้มรวมถึงแนวกราม
กระบวนการนี้ยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินมาพันรอบเส้นไหมอย่างหนาแน่นเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ผิวหนังจะมีความหนาตัวและยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นแม้ตัวไหมจะเริ่มสลายตัวไปเองตามธรรมชาติภายในระยะเวลา 6-8 เดือน การล็อคผิวในลักษณะนี้ช่วยพยุงโครงสร้างหน้าให้คงรูปอยู่ได้นานกว่าการใช้ไหมเรียบทั่วไป โดยปกติการร้อยไหม 1 ครั้งมักคงผลลัพธ์ความกระชับได้นานประมาณ 1-2 ปีตามสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลค่ะ
ใครที่เหมาะกับการเลือกใช้วิธีร้อยไหม pdo ?
การร้อยไหม pdo เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลางโดยเฉพาะในช่วงอายุ 30-45 ปี ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าชัดเจนขึ้น คนที่ยังไม่ต้องการผ่าตัดใหญ่และมองหาผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติน่าจะถูกใจวิธีนี้มากที่สุด
- ผู้ที่มีผิวหน้าบางและเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตา ลำคอ หรือแก้มที่ต้องการเพิ่มความหนาแน่นให้ชั้นผิวกลับมาแข็งแรง
- คนที่มีปัญหาร่องแก้มลึกหรือหน้าผากแบนซึ่งต้องการเติมเต็มความอิ่มฟูด้วยการใช้แรงพยุงของไหมกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและยกกระชับแนวกรามที่หย่อนตามแรงโน้มถ่วงให้กลับมาคมชัดทันทีหลังทำ
- กลุ่มคนที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวเพื่อชะลอวัยโดยผลลัพธ์มักคงอยู่ได้นาน 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคลค่ะ
ร้อยไหม pdo เจ็บไหม ?
การร้อยไหม pdo ให้ความรู้สึกเจ็บในระดับที่ทนได้และน้อยกว่าการผ่าตัดศัลยกรรมมาก เนื่องจากมีการใช้ ยาชาเฉพาะจุด ทั้งแบบทาและแบบฉีดเพื่อระงับความรู้สึกก่อนเริ่มหัตถการ ความรู้สึกขณะทำส่วนใหญ่จะเป็นแรงกดหรือแรงดึงรั้งผิวหนังมากกว่าความเจ็บปวดแบบแหลมคม โดยเฉพาะในช่วงที่เข็มนำเส้นไหมเคลื่อนผ่านชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ผู้เข้ารับบริการบางคนอาจได้ยินเสียงกึกกักเบา ๆ ขณะไหมผ่านเนื้อเยื่อซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้
ตัวเส้นไหม pdo มีขนาดเรียวเล็กใกล้เคียงกับเส้นผมทำให้การสอดแทรกเข้าไปในผิวหนังทำได้ง่ายและลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง จุดที่อาจรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดคือจังหวะที่เริ่มเดินยาชาบริเวณจุดเปิดแผลขนาดเล็ก หลังจากนั้นพื้นที่บริเวณที่จะร้อยไหมจะเริ่มชาจนแทบไม่รู้สึกอะไรเลยตลอดการใช้เวลาทำประมาณ 30-45 นาที
เมื่อยาชาหมดฤทธิ์อาการเจ็บจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกระบมหรือตึงผิวคล้ายกับมีรอยช้ำอยู่ใต้ผิวหนังซึ่งจะค่อย ๆ ทุเลาลงเอง อาการเหล่านี้มักปรากฏชัดเจนในช่วง 3-5 วันแรก โดยเฉพาะเวลาอ้าปากกว้างหรือยิ้มกว้าง ๆ เท่านั้นค่ะ
การเตรียมตัวเพื่อลดความกังวลก่อนทำหัตถการ
- งดกลุ่มยาแอสไพริน อาหารเสริมที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด เช่น น้ำมันปลา วิตามินอี อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้ความดันโลหิตสูงล่วงหน้า 24 ชั่วโมง
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารรองท้องมาให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันอาการหน้ามืด
การพูดคุยกับแพทย์เพื่อประเมินจำนวนเส้นไหมและตำแหน่งที่จะทำช่วยสร้างความมั่นใจได้ดีกว่าการคาดเดาเอง การได้เห็นรีวิวจากเคสจริงที่มีโครงหน้าใกล้เคียงกันช่วยให้เห็นภาพผลลัพธ์ที่แม่นยำและลดความระแวงเรื่องผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็น
การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม pdo
การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม pdo เน้นการควบคุมอาการบวมและรักษาความสะอาดเพื่อให้เส้นไหมยึดเกาะกับชั้นเนื้อเยื่อได้อย่างมั่นคงที่สุด การประคบเย็นในช่วง 48 ชั่วโมงแรกช่วยลดการขยายตัวของหลอดเลือดและบรรเทาอาการระบมหลังจากยาชาหมดฤทธิ์ ควรใช้เจลเย็นหุ้มผ้าสะอาดประคบเบา ๆ รอบบริเวณที่ทำเพื่อช่วยให้รอยเข็มปิดตัวได้เร็วขึ้นและลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำวงกว้าง
การปรับท่านอนโดยใช้หมอนสูงหรือนอนหนุนหมอน 2 ใบในช่วง 3-5 คืนแรกช่วยเพิ่มการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองและลดแรงดันในเนื้อเยื่อใบหน้า การสวมผ้ารัดหน้าตามคำแนะนำของแพทย์ช่วยพยุงกรอบหน้าให้คงรูปและลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ส่งผลต่อการเรียงตัวของไหม pdo ควรหลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้างหรือการเคี้ยวอาหารเหนียวแข็งในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อป้องกันปมไหมเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งที่วางไว้ค่ะ
ข้อห้ามหลังจากร้อยไหม
- ห้ามขยับใบหน้าแรง ๆ หรืออ้าปากกว้างในช่วง 14 วันแรก เพื่อให้ไหม pdo ยึดเกาะกับเนื้อเยื่อได้อย่างมั่นคง
- การเคี้ยวอาหารเหนียวหรือการหัวเราะกว้างเกินไปอาจทำให้เงี่ยงไหมเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งจนส่งผลต่อรูปหน้าได้
- ควรงดการสัมผัสใบหน้าแรง ๆ รวมถึงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและการอบซาวน่าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ความร้อนจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดจนอาจเพิ่มอาการบวมแดงรอบจุดที่ใส่ไหมเข้าไป
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารหมักดอง 1 สัปดาห์เพื่อลดความเสี่ยงการอักเสบ
- นอนหงายโดยใช้หมอนสูงหนุนในช่วง 2-3 คืนแรกป้องกันการนอนตะแคงทับแผล
- เลี่ยงการออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออกมากหรือร่างกายร้อนจัด 14 วัน
- งดทำเลเซอร์ความร้อนหรือทรีตเมนต์นวดหน้า 4 สัปดาห์เพื่อให้ชั้นผิวสมานตัวกับไหมได้ดีค่ะ
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับการร้อยไหม
-
คลินิกที่ได้มาตรฐานต้องมีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก แสดงอยู่อย่างชัดเจนสามารถตรวจสอบความถูกต้องผ่านเว็บไซต์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ทันที
-
ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับฐานข้อมูลของแพทยสภาเพื่อยืนยันว่ามีตัวตนและมีใบวุฒิบัตรเฉพาะทางจริง
-
ขอกล่อง ไหม pdo มาตรวจสอบเลข Lot และวันหมดอายุ รวมถึงสแกน QR Code เพื่อยืนยันว่าเป็นของแท้จากบริษัทผู้นำเข้า
-
สังเกตความสะอาดของห้องหัตถการและการแกะเข็มใหม่ต่อหน้าคนไข้เพื่อความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อโรคต่าง ๆ
เทคนิคการวางแนวไหมของแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าตัววัสดุเพียงอย่างเดียว แพทย์ที่เชี่ยวชาญจะเลือกใช้ ไหม pdo ที่มีความหนาและความยาวเหมาะสมกับชั้นผิว SMAS ของแต่ละคนเพื่อป้องกันปัญหาผิวบุ๋มหรือคลำเจอเส้นไหมแข็งใต้ผิวหนัง หากคลินิกมีราคาถูกจนผิดปกติหรือไม่มีแพทย์ประจำอยู่ตลอดเวลาควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาวค่ะ
สรุป
การใช้ ไหม pdo ช่วยปรับกรอบหน้าให้คมชัดและฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในผ่านกลไกการสอดวัสดุละลายได้ลงใต้ชั้นผิวเพื่อให้ร่างกายสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาพยุงเนื้อเยื่อรอบ ๆ เส้นไหมจะสลายตัวไปเองภายใน 6-8 เดือน โดยไม่มีสารตกค้างสะสมในร่างกายและส่งผลดีต่อความหนาแน่นของชั้นผิวในระยะยาวเมื่อเทียบกับการใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุเพียงอย่างเดียว
การเตรียมตัวก่อนทำควรศึกษาเทคนิคของแพทย์แต่ละท่านเนื่องจากการวางทิศทางไหมมีผลต่อรูปหน้าโดยตรง รวมถึงตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ให้มีสัญลักษณ์ อย. ไทยกำกับชัดเจนเพื่อความมั่นใจในคุณภาพวัสดุที่ได้รับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถนัดหมายเข้ามาประเมินโครงหน้าและสอบถามข้อมูลการปฏิบัติตัวก่อนและหลังทำได้อย่างละเอียดค่ะ


