ร้อยไหมจมูกทะลุ รวมเรื่องที่ต้องรู้ สาเหตุและวิธีรับมือ

ร้อยไหมจมูกทะลุ รวมเรื่องที่ต้องรู้ สาเหตุและวิธีรับมือ

RWC Clinic สรุปให้

  • ร้อยไหมจมูกทะลุ มักเกิดจากแรงดันสะสมของเส้นไหมที่กดทับผิวหนังจนบางลง สังเกตอาการเตือนได้จากตุ่มนูนแดงหรือเห็นจุดขาวบริเวณปลายจมูกซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
  • สาเหตุหลักมาจากการใช้จำนวนไหมมากเกินความจำเป็น การเลือกใช้ไหมชนิดไม่ละลาย หรือเทคนิคการวางไหมผิดชั้นผิวจนทำให้เนื้อเยื่ออักเสบและเกิดพังผืดดึงรั้ง
  • เมื่อพบปลายไหมโผล่พ้นผิวหนังห้ามดึงหรือตัดไหมด้วยตัวเองเด็ดขาด ควรรีบพบแพทย์เพื่อนำออกทันทีเพื่อป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นหลุมลึกที่รักษาได้ยาก
  • การแก้ไขรูปทรงจมูกใหม่ทำได้หลังจากนำไหมออกและพักฟื้นเนื้อเยื่อให้กลับมาแข็งแรงอย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำซ้อนค่ะ
ร้อยไหมจมูก คืออะไร?

ร้อยไหมจมูกทะลุ เป็นสัญญาณอันตรายที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน เพราะนอกจากจะทำลายรูปทรงจมูกให้เสียโฉมแล้ว ยังเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อรุนแรงหากดูแลไม่ถูกวิธี ความเสียหายมักเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อย่างรอยบุ๋มหรือรอยแดงที่ปลายจมูก ก่อนที่เส้นไหมจะเริ่มเบียดเนื้อเยื่อออกมาภายนอกจนอาจทิ้งแผลเป็นถาวรไว้ ในบทความนี้ได้รวมข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับวิธีสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้นพร้อมแนวทางการแก้ไขอย่างถูกต้องเพื่อให้รับมือกับสถานการณ์นี้ได้ค่ะ

ร้อยไหมจมูก คืออะไร?

การร้อยไหมจมูกคือการปรับแต่งทรงจมูกให้โด่งสวยโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม เป็นการใช้ไหมละลายสอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อสร้างแนวแกนและยกปลายจมูกให้เชิดขึ้น เส้นไหมที่มีเงี่ยงเล็ก ๆ จะช่วยยึดเกาะเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามแนวที่ร้อยไป ทำให้จมูกดูคมเป็นสันชัดเจนและมีความเป็นธรรมชาติสูง แผลหลังทำมีขนาดเล็กเพียงรอยเข็มเท่านั้น

ประเภทของไหมละลายที่มักใช้ปรับทรงจมูก

ประเภทของไหมละลายที่มักใช้ปรับทรงจมูก

  • ไหม PDO ละลายไว ปรับทรงได้ง่าย
  • ไหม PCL มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง อยู่ได้นาน 1-2 ปี
  • ไหม PLLA ช่วยเรื่องการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว

เทคนิคนี้ช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นได้ดีกว่าการผ่าตัดใหญ่ แต่ต้องจำกัดปริมาณไหมให้เหมาะสมกับฐานจมูกเดิม หากฝืนใส่มากเกินความจำเป็นเพื่อหวังความโด่งที่เกินจริง อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ ร้อยไหมจมูกทะลุ ออกมาด้านนอกผิวหนังได้ค่ะ

ทำไมร้อยไหมจมูกถึงทะลุได้ สาเหตุเกิดจากอะไร?

การเกิดปัญหาร้อยไหมจมูกทะลุ ส่วนใหญ่เกิดจากแรงดันของปลายไหมที่กดทับผิวหนังมากเกินไปจนเลือดไปเลี้ยงบริเวณนั้นไม่ได้ เมื่อผิวหนังเริ่มบางลงจากการถูกเสียดสีและกดทับอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเนื้อเยื่อจะรับน้ำหนักไม่ไหวและทำให้ไหมโผล่พ้นผิวหนังออกมาข้างนอก

ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อยประกอบด้วย

ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อยประกอบด้วย

  • การวางตำแหน่งไหมในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป ทำให้ปลายไหมอยู่ชิดผิวหนังกำพร้า
  • การใช้ไหมที่มีความแข็งมากเกินไปเพื่อพยายามดันปลายจมูกให้พุ่ง
  • ภาวะการอักเสบหรือติดเชื้อเรื้อรังที่ทำให้เนื้อเยื่อจมูกบางลง
  • การร้อยไหมอัดกันจำนวนมากในพื้นที่จำกัด

หากสังเกตเห็นจุดขาว ๆ หรือตุ่มนูนเล็ก ๆ บริเวณปลายจมูกควรรีบพบแพทย์ทันที การปล่อยทิ้งไว้จนทะลุออกมาเองจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็นถาวรและการติดเชื้อที่ลุกลามไปยังกระดูกอ่อนจมูกได้ค่ะ

ความต่างเรื่องความเสี่ยงระหว่างไหมละลายกับไหมไม่ละลาย

ความเสี่ยงที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือโอกาสการเกิด ร้อยไหมจมูกทะลุ ซึ่งพบในกลุ่มไหมไม่ละลายสูงกว่ามาก เนื่องจากไหมเหล่านี้จะคงสภาพเป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกายตลอดไป หากผิวหนังบริเวณสันจมูกบางลงจากการเสียดสี ไหมจะค่อย ๆ ดันตัวออกมาจนทะลุผ่านผิวหนังได้ง่าย

ปัจจัยความเสี่ยง ไหมละลาย ไหมไม่ละลาย
การสลายตัว ร่างกายดูดซึมหายไปเองได้ คงอยู่ถาวรไม่ย่อยสลาย
การจัดการเมื่ออักเสบ รักษาตามอาการหรือรอสลาย ต้องผ่าตัดเปิดแผลเพื่อดึงออก

ไหมไม่ละลายมักถูกนำมาใช้เพื่อให้ผลลัพธ์คงทน แต่กลับสร้างแรงกดทับต่อชั้นผิวหนังอย่างต่อเนื่อง เมื่อผิวบริเวณปลายจมูกเริ่มตึงหรือเห็นรอยแดงชัดเจน เป็นสัญญาณเตือนว่าไหมกำลังจะดันทะลุออกมาด้านนอก การเลือกใช้ไหมละลายที่ได้มาตรฐานช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาหนักในระยะยาวได้ดีกว่าค่ะ

พังผืดจากการร้อยไหมจมูก คืออะไร?

พังผืดจากการร้อยไหมจมูกคือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ร่างกายสร้างขึ้นรอบ ๆ เส้นไหมเพื่อซ่อมแซมแผลภายในจากการสอดใส่ไหมเข้าไป กระบวนการนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย แต่หากการผลิตคอลลาเจนและเนื้อเยื่อหนาตัวมากเกินไปจะกลายเป็นก้อนแข็งใต้ผิวหนังแทนที่จะเป็นเนื้อเยื่อที่ยืดหยุ่น

พังผืดจากการร้อยไหมจมูก คืออะไร?

ปัญหานี้มักพบเมื่อมีการร้อยไหมจำนวนมากเกินความจำเป็นในตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นพังผืดดึงรั้งทำให้รูปทรงจมูกผิดเพี้ยนไป หากพังผืดมีความแข็งและกดทับผิวหนังส่วนปลายมากเกินไปอาจทำให้ผิวบางลงจนเกิดความเสี่ยงร้อยไหมจมูกทะลุได้ง่ายขึ้นในระยะยาว

ลักษณะพังผืดที่มักพบจากการร้อยไหมมีหลายรูปแบบ

  • พังผืดแบบอ่อน เป็นคอลลาเจนที่เกาะตามเส้นไหมปกติ
  • พังผืดแบบแข็ง หรือแผลเป็นภายในที่ทำให้เนื้อจมูกแข็งและเสียความยืดหยุ่น
  • พังผืดดึงรั้ง ที่ดึงให้ปลายจมูกงุ้มหรือดูเชิดขึ้นผิดปกติ

การมีพังผืดปริมาณมากส่งผลโดยตรงต่อการศัลยกรรมเสริมจมูกในอนาคต แพทย์ต้องใช้เวลาในการเลาะพังผืดเหล่านี้ออกก่อนเพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้การวางซิลิโคนแนบสนิทกับโครงสร้างจมูกจริง หากปล่อยทิ้งไว้จนผิวบางมากจะทำให้การรักษาทำได้ยากและซับซ้อนขึ้นค่ะ

ทำอย่างไรหากไหมจมูกทะลุ

วิธีการแก้ไขปัญหาไหม จมูกทะลุ

วิธีการแก้ไขปัญหาไหมจมูกทะลุ คือ การรีบไปพบแพทย์เพื่อนำเส้นไหมออกทันทีเมื่อสังเกตเห็นปลายไหมโผล่พ้นผิวหนัง หรือมีอาการรอยแดงนูนบริเวณที่ร้อยไหม ห้ามดึงออกเอง ตัดปลายไหม หรือบีบเค้นแผลอย่างเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้เกิดแผลเป็นบุ๋มถาวร

การดูแลเบื้องต้นก่อนถึงมือหมอควรเริ่มจากการล้างมือให้สะอาดและใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดรอบ ๆ บริเวณที่ไหมทะลุเบา ๆ จากนั้นปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาดเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและเชื้อโรค พร้อมทั้งงดการแต่งหน้าจนกว่าจะได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ

สัญญาณเตือนภาวะร้อยไหมจมูกทะลุที่สังเกตได้มีหลายอาการ

  • เห็นตุ่มนูนแดงที่ปลายจมูกไม่ยุบหายไปภายใน 1 – 2 สัปดาห์
  • มีหนองหรือน้ำเหลืองซึมออกมาจากจุดที่เคยร้อยไหม
  • เห็นเส้นไหมโผล่ออกมาตรงปลายจมูกหรือแผลในรูจมูก

หากปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 24 ชั่วโมง จะทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างอักเสบรุนแรงและรักษาได้ยากขึ้น แพทย์จะทำการคีบไหมที่เหลือออกพร้อมล้างทำความสะอาดแผลภายในและจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมอาการค่ะ

วิธีปรับทรงจมูกให้โด่งแบบที่ลดความเสี่ยงเรื่องไหมทะลุ

การร้อยไหมเสริมจมูกให้ปลอดภัยต้องเริ่มจากการกำหนด จำนวนเส้นไหม ให้พอดีกับฐานเดิม ไม่ฝืนดันผิวหนังจนตึงเกินไป แพทย์ที่มีทักษะจะเน้นการวางไหมในชั้น Deep Fascia ซึ่งเป็นชั้นที่ลึกและมีความแข็งแรง ช่วยให้ทรงจมูกดูโด่งขึ้นโดยไม่เกิดแรงกดทับสะสมบริเวณปลายจมูกที่เป็นจุดเสี่ยงที่สุด

วิธีปรับทรงจมูกให้โด่งแบบที่ลดความเสี่ยงเรื่องไหมทะลุ

การลดความเสี่ยงร้อยไหมจมูกทะลุต้องพิจารณาปัจจัยพื้นฐานร่วมกับเทคนิคเฉพาะทางหลายส่วน

  • เลือกใช้ไหมวัสดุละลายได้ 100% เช่น PDO หรือ PCL เพื่อลดโอกาสเกิดสารตกค้างสะสม
  • เทคนิคการซ่อนปมไหมให้อยู่ลึกใต้ชั้นผิว ไม่วางปมไว้ใกล้รูขุมขนหรือรอยแผลเปิด
  • หลีกเลี่ยงการร้อยไหมซ้ำซ้อนในจุดเดิมซ้ำ ๆ จนเนื้อเยื่อภายในเกิดพังผืดรั้งและดันไหมออกมา

หากพบว่าผิวบริเวณปลายจมูกเริ่มใสหรือมีตุ่มนูนแดงผิดปกติควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที การตรวจเช็กความหนาของชั้นผิวหนังก่อนลงมือทำเป็นขั้นตอนที่ข้ามไม่ได้ เพราะถ้าผิวบางเกินไปการใช้ฟิลเลอร์หรือการผ่าตัดเสริมซิลิโคนแบบโอเพนอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในบางเคสเพื่อให้ได้ทรงจมูกที่สวยและไม่มีปัญหาตามมาภายหลังค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาร้อยไหมจมูก

เคสร้อยไหมจมูกที่มีปัญหาจนถึงขั้น ร้อยไหมจมูกทะลุ มักสร้างความกังวลใจเรื่องการแก้ไขและร่องรอยที่จะตามมาในอนาคต การทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบต่อผิวหนังและระยะเวลาที่เหมาะสมในการซ่อมแซมจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมที่สุด

ไหมจมูกทะลุแล้วจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ไหม ?

การเกิดรอยแผลเป็นหลังจากไหมทะลุเป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยากแต่สามารถบรรเทาให้ดูจางลงได้หากได้รับการรักษาที่รวดเร็ว รอยที่เกิดขึ้นมักมีลักษณะเป็นจุดบุ๋มหรือรอยแยกเล็ก ๆ บริเวณปลายจมูกซึ่งเป็นจุดที่ผิวหนังมีความตึงเครียดสูงและได้รับแรงกดจากเส้นไหมมากที่สุด

ความรุนแรงของแผลขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ปล่อยให้ไหมค้างอยู่ข้างนอกผิวหนัง ยิ่งทิ้งไว้นานเนื้อเยื่อรอบข้างจะยิ่งถูกทำลายจนกลายเป็น แผลเป็นถาวร หรือเกิดพังผืดดึงรั้งทำให้รูปทรงจมูกผิดเพี้ยนไปจากเดิม การใช้ยาลดรอยหรือเลเซอร์รักษาในภายหลังอาจช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้นได้บ้าง

ปัจจัยที่มีผลต่อความชัดเจนของแผลประกอบด้วย

• ขนาดและจำนวนเส้นไหมที่ทะลุออก

• การติดเชื้อแทรกซ้อนในบริเวณนั้น

• สภาพผิวและการฟื้นตัวส่วนบุคคล

แก้จมูกหลังจากนำไหมที่ทะลุออกต้องรอนานแค่ไหน ?

ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขจมูกใหม่คือ 3 ถึง 6 เดือน หลังจากนำไหมที่ทะลุออกและแผลหายสนิทดีแล้ว ช่วงเวลานี้จำเป็นมากเพื่อให้เนื้อเยื่อภายในได้พักฟื้นและลดอาการอักเสบที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังจนกลับสู่สภาวะปกติ

การรีบร้อนใส่ซิลิโคนหรือร้อยไหมซ้ำในขณะที่เนื้อเยื่อยังไม่แข็งแรงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ง่าย แพทย์มักแนะนำให้รอจนกว่า พังผืดจะนิ่มตัวลง เพื่อให้การเลาะเนื้อเยื่อทำได้ง่ายขึ้นและลดโอกาสการเกิดแผลเป็นขรุขระหลังการผ่าตัดรอบใหม่

ระยะเวลา สภาพเนื้อเยื่อและการดูแล
1-4 สัปดาห์แรก เน้นการทำความสะอาดแผลและกินยาฆ่าเชื้อ
1-3 เดือน เนื้อเยื่อเริ่มสมานตัวแต่ยังมีพังผืดหนา
3-6 เดือนขึ้นไป ผิวหนังยืดหยุ่นพร้อมสำหรับการผ่าตัดแก้ไข

สรุป

ร้อยไหมจมูกทะลุ มักมีสาเหตุหลักมาจากการใช้จำนวนเส้นไหมที่มากเกินไปจนเกิดแรงดันสะสมใต้ผิวหนังหรือการวางตำแหน่งไหมผิดชั้นผิวจนเนื้อเยื่อบางลง สัญญาณเตือนที่ต้องระวังคือการมีตุ่มนูนแดงหรือเห็นปลายไหมสีขาวโผล่พ้นผิวหนังบริเวณปลายจมูกซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและทิ้งรอยแผลเป็นหลุมลึกที่ยากต่อการรักษา

หากสังเกตพบอาการผิดปกติควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำเส้นไหมออกทันทีและห้ามบีบหรือตัดไหมด้วยตัวเองเพื่อป้องกันความเสียหายลุกลาม เมื่อนำไหมออกแล้วต้องพักฟื้นเนื้อเยื่ออย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือน เพื่อให้ผิวหนังกลับมาแข็งแรงและนิ่มลงก่อนพิจารณาแก้ไขทรงจมูกใหม่กับสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยในระยะยาวค่ะ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มโทรปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ Facebook Messenger ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี
ปุ่มส่งข้อความ LINE ปรึกษาแพทย์ RWC Clinic ฟรี

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า