TESS Prederm ไหมยกกระชับรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวหย่อนคล้อย

TESS Prederm ไหมยกกระชับ

การปรับรูปหน้าด้วยโปรแกรมร้อยไหม TESS Prederm เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบไหมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ทำให้ไหมรุ่นนี้สามารถยึดเกาะกับเนื้อเยื่อใต้ผิวได้แน่นกว่าไหมทั่วไป พร้อมให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนานถึง 12-18 เดือน

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย มุมปากตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือแก้มล่างที่เริ่มหย่อนตามวัย ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ การร้อยไหม TESS Prederm จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของใบหน้า โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดใหญ่หรือใช้เวลาพักฟื้นนานค่ะ

TESS Prederm คืออะไร?

TESS Prederm เป็นไหมละลายชนิด PDO (Polydioxanone) ที่พัฒนาขึ้นในปี 2025 เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการยกกระชับผิวหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไหมรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีแรงดึง (Tensile Strength) ที่สูงกว่าไหมยกกระชับทั่วไป ทำให้สามารถยกและยึดเนื้อเยื่อใต้ผิวได้แน่นและมั่นคงยิ่งขึ้น

จุดเด่นสำคัญของ TESS Prederm คือการใช้เข็มทู่ L-Type ในการร้อยไหม ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการบวมช้ำน้อยกว่าการใช้เข็มแหลมทั่วไป นอกจากนี้ ตัวไหมยังมีเงี่ยงแบบ Bi-Directional ที่สามารถเกี่ยวและตรึงเนื้อเยื่อได้ในทุกทิศทาง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคนิคการร้อยที่ซับซ้อนหรือทิศทางเฉพาะเจาะจง

ไหม PDO ที่ใช้ใน TESS Prederm เป็นวัสดุที่ปลอดภัย ได้รับการรับรองทางการแพทย์ และสามารถละลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 6-8 เดือน แต่ผลลัพธ์ของการยกกระชับจะคงอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน เนื่องจากไหมจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความแน่นและยืดหยุ่นดีขึ้นในระยะยาว

| อ่านเพิ่มเติม โปรแกรมการร้อยไหม คืออะไร?

เทคโนโลยี Biomimetic Design และ Epizoochory

เทคโนโลยี Biomimetic Design และ Epizoochory

สิ่งที่ทำให้ TESS Prederm แตกต่างจากไหมยกกระชับทั่วไปคือการนำเทคโนโลยี Biomimetic Design มาใช้ในการออกแบบโครงสร้างไหม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกระบวนการทางธรรมชาติที่เรียกว่า “Epizoochory” ซึ่งเป็นกลไกการกระจายเมล็ดพืชโดยการเกาะติดบนผิวหรือขนของสัตว์

หากอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น เงี่ยงของไหม TESS Prederm ทำงานคล้ายกับหนามของเมล็ดพืชที่เกาะติดกับขนสัตว์ โดยเงี่ยงเหล่านี้จะเกี่ยวและยึดเกาะกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังของมนุษย์ได้อย่างแน่นหนา โดยไม่ต้องอาศัยทิศทางการร้อยที่เฉพาะเจาะจง ทำให้การยึดเกาะมีความเสถียรและมั่นคงมากกว่าไหมที่มีเงี่ยงแบบทิศทางเดียว

เทคโนโลยีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถร้อยไหม TESS Prederm ได้ง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนของเทคนิคการร้อย และที่สำคัญคือให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เนื่องจากไหมสามารถปรับตัวและยึดเกาะได้ตามโครงสร้างธรรมชาติของเนื้อเยื่อแต่ละบุคคล

การเลียนแบบธรรมชาติในการออกแบบนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การที่ไหมหลุดหรือเลื่อนจากตำแหน่ง เพราะการยึดเกาะแบบหลายทิศทางทำให้ไหมมีความมั่นคงและไม่เคลื่อนตัวง่าย

คุณสมบัติพิเศษและข้อดีของไหม Prederm 

TESS Prederm มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการที่ทำให้เหนือกว่าไหมยกกระชับทั่วไปในท้องตลาด ดังนี้

คุณสมบัติพิเศษและข้อดีของไหม Prederm 
  • แรงดึงสูง (High Tensile Strength)

ไหม TESS Prederm ถูกพัฒนาให้มีแรงดึงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไหม PDO ทั่วไป ทำให้สามารถยกและรองรับน้ำหนักของเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยได้ดีกว่า โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น รอบปาก หรือแนวกราม

  • ยึดเกาะได้แน่นในทุกทิศทาง

ด้วยเงี่ยงแบบ Bi-Directional ที่ออกแบบตามหลัก Biomimetic ทำให้ไหมสามารถเกี่ยวตรึงเนื้อเยื่อได้ในทุกทิศทาง ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคการร้อยที่ซับซ้อน และลดความเสี่ยงที่ไหมจะหลุดหรือเลื่อน

  • ใช้เข็มทู่ลดการบาดเจ็บ

การใช้เข็มทู่ L-Type ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเส้นเลือดและเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการบวมช้ำน้อยลง ผู้รับการรักษาสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน

  • เข้าถึงบริเวณที่ยาก

TESS Prederm สามารถใช้ร้อยไหมในบริเวณที่ไหมทั่วไปเข้าถึงได้ยาก เช่น แนวกรอบหน้า (Jawline), บริเวณ Mid-to-Lower Face ที่มี Retaining Ligament มาก หรือมุมปากที่ต้องการการยกที่ละเอียด

  • ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ

การที่ไหมสามารถปรับตัวและยึดเกาะตามโครงสร้างธรรมชาติของเนื้อเยื่อ ทำให้ผลลัพธ์หลังการร้อยดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงเกินไป และไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือเปลี่ยนไปจากเดิมมากเกินไป

ใครเหมาะกับการร้อยไหม TESS Prederm?

การร้อยไหม TESS Prederm เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับต่างๆ โดยเฉพาผู้ที่มีปัญหาผิว ดังนี้

ใครเหมาะกับการร้อยไหม TESS Prederm?
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเบาถึงปานกลาง – TESS Prederm เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เริ่มเห็นสัญญาณของผิวหย่อน เช่น มุมปากที่เริ่มตก แก้มล่างที่เริ่มหย่อน หรือกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัดเจน ไหมจะช่วยยกกระชับและฟื้นฟูความกระชับของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน – ด้วยผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 12-18 เดือน TESS Prederm จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการทำหัตถการบ่อยๆ แต่ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนและคุ้มค่า
  • ผู้ที่ไม่สามารถพักฟื้นนานได้ – เนื่องจากใช้เข็มทู่และมีการบวมช้ำน้อย ผู้ที่มีภารกิจมากหรือไม่สามารถหยุดพักงานนานๆ ได้ จึงเหมาะกับการร้อยไหม TESS Prederm เพราะสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 1-2 วัน
  • ผู้ที่เคยร้อยไหมแล้วไม่พอใจผลลัพธ์ – หากเคยร้อยไหมมาแล้วแต่รู้สึกว่าไหมยึดเกาะได้ไม่แน่นพอ หรือผลลัพธ์ไม่ชัดเจน การเปลี่ยนมาใช้ TESS Prederm อาจช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากมีแรงดึงสูงและยึดเกาะได้แน่นกว่า
  • อายุที่เหมาะสม – โดยทั่วไปแนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณของผิวหย่อนคล้อย แต่ยังไม่รุนแรงมากจนต้องผ่าตัดดึงหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อายุน้อยกว่าแต่มีปัญหาผิวหย่อนจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือปัจจัยอื่นๆ ก็สามารถพิจารณาทำได้เช่นกัน

ขั้นตอนการร้อยไหมและการดูแลหลังทำ

ขั้นตอนการร้อยไหมและการดูแลหลังทำ

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหม

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษา
  • หลีกเลี่ยงยาต้านการอักเสบและยาละลายลิ่มเลือด 7-10 วันก่อนทำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 2-3 วันก่อนทำ
  • ทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด ไม่แต่งหน้ามาในวันทำ

ขั้นตอนการร้อยไหม Prederm

  1. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ: แพทย์จะทำความสะอาดใบหน้าและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะร้อยไหม
  2. ทายาชา: ทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที เพื่อลดความเจ็บปวด
  3. ออกแบบจุดร้อยไหม: แพทย์จะวาดแนวและจุดที่จะร้อยไหมตามโครงสร้างใบหน้า
  4. ร้อยไหม: ใช้เข็มทู่ L-Type สอดไหม TESS Prederm เข้าไปในชั้นผิวที่เหมาะสม
  5. ปรับแต่ง: ดึงและปรับไหมให้ได้แนวยกที่ต้องการ
  6. ทาครีมบำรุง: ทาครีมลดการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อ

*ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45-60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นและบริเวณที่ทำ

การดูแลหลังร้อยไหม

  • ประคบเย็นเพื่อลดบวม หลีกเลี่ยงการแตะหรือขยับใบหน้ามากเกินไปในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หัวเราะมาก หรือเคี้ยวอาหารแข็ง 3-7 วันแรก
  • งดออกกำลังกายหนัก งดซาวน่า งดว่ายน้ำ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก 
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้าหรือทำทรีตเมนต์อื่นที่ใบหน้า 1 เดือนแรก 
  • แนะนำให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงในช่วง 1 สัปดาห์แรก

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  • อาการบวม แดง ช้ำเล็กน้อย (หายภายใน 3-7 วัน)
  • รู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยเวลาขยับใบหน้า
  • อาจมีรอยบุ๋มเล็กน้อยตามจุดที่เข็มเข้า (หายภายใน 1-2 วัน)
  • มีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดการติดเชื้อหากปฏิบัติตามคำแนะนำ

เปรียบเทียบ TESS Prederm vs ไหมโครงตาข่าย

การร้อยไหม TESS Prederm สามารถใช้เดี่ยวหรือใช้ร่วมกับไหมชนิดอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยกกระชับ โดยเฉพาะการใช้คู่กับไหมโครงตาข่าย (TESSLIFT SCAFFOLD) ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด มาดูการเปรียบเทียบและวิธีการใช้ร่วมกันอย่างละเอียด – ร้อยไหม ยกกระชับหน้าเรียวสวย ไม่ต้องผ่าตัด | ทุกเรื่องควรรู้

ตารางเปรียบเทียบไหม Prederm vs ไหมโครงตาข่าย

คุณสมบัติไหม Predermไหมโครงตาข่าย
โครงสร้างไหม PDO แบบเส้นเดี่ยวพร้อมเงี่ยง Bi-directionalไหม PDO แบบโครงตาข่ายล้อมรอบแกนกลาง
จุดเด่นหลักแรงดึงสูง (High Tensile Strength)สร้างโครงสร้างใต้ผิว กระตุ้นเนื้อเยื่อใหม่
ระดับผิวหย่อนเบา - ปานกลางปานกลาง - มาก
บริเวณที่เหมาะสมมุมปาก, Jawline, จุดที่เข้าถึงยากกรอบหน้า, แก้ม, หางตา, หางคิ้ว
ผลลัพธ์ยกกระชับทันที, เก็บรายละเอียดสร้างโครงหน้า, ผิวฟูแน่น
เวลาเห็นผล2-4 สัปดาห์2-4 สัปดาห์
ระยะเวลาคงอยู่12-18 เดือน12-24 เดือน
การทำงานยกดึงโดยตรงพยุงโครงสร้าง + กระตุ้นคอลลาเจน
ความเจ็บ/บวมน้อย (ใช้เข็มทู่)ปานกลาง
ราคาโดยเฉลี่ย1,500-2,500 บาท/เส้น*2,000-3,500 บาท/เส้น*

ข้อดีของการใช้ TESS Prederm ร่วมกับไหมโครงตาข่าย

ข้อดีเมื่อใช้ร่วมกันรายละเอียด
ผลลัพธ์ครบวงจรได้ทั้งการยกกระชับ + สร้างโครงหน้า + ฟื้นฟูผิว
ประสิทธิภาพสูงขึ้นผลการยกชัดเจนขึ้น 40-50% เมื่อเทียบกับใช้เดี่ยว
ผลลัพธ์ยาวนานขึ้นจาก 12-18 เดือน เป็น 18-24 เดือน
ดูเป็นธรรมชาติการกระจายแรงยกทั่วใบหน้าทำให้ไม่ตึงเฉพาะจุด
คุ้มค่าในระยะยาวลดความถี่ในการทำซ้ำ

หมายเหตุ: ผลลัพธ์จากการร้อยไหมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการ

สรุป

TESS Prederm คือนวัตกรรมไหมยกกระชับที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี Biomimetic Design ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษที่เหนือกว่าไหมยกกระชับทั่วไป ทั้งในด้านแรงดึงที่สูงขึ้น การยึดเกาะที่แน่นกว่า และผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

ด้วยการใช้เข็มทู่ที่ลดการบาดเจ็บ ทำให้ผู้รับการรักษาไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนภายใน 2-4 สัปดาห์ และคงอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน

สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การใช้ TESS Prederm ร่วมกับไหมโครงตาข่าย หรือ TESSLIFT SCAFFOLD จะช่วยให้ได้ทั้งการยกกระชับที่ชัดเจนและโครงสร้างใบหน้าที่แข็งแรง พร้อมผิวที่ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

CONTACT FOR SPECIAL PRIVILEGES

กดด้านล่างติดเราเพื่อสอบถามรายละเอียดเเละสิทธิ์อื่นๆ

โทร RWC
line rwc
Facebook rwc
โทร RWC
Facebook rwc
line rwc

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic

ทีมเเพทย์ RWC

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า