การร้อยไหมยกกระชับใบหน้าเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หลายคนกลับประสบปัญหา ร้อยไหมแล้วหน้าบุ๋ม ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจและรูปลักษณ์ใบหน้า ปัญหานี้มักเกิดจากการร้อยไหมที่ไม่ถูกวิธี การดึงไหมแน่นเกินไป หรือการเลือกคลินิกที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้ผิวหนังเกิดเป็นร่องหรือรอยยุบที่เห็นได้ชัด ซึ่งนอกจากจะทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียนแล้ว ยังอาจทำให้เส้นไหมขาดง่ายขึ้นเมื่อมีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า การทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจจะร้อยไหม
ร้อยไหมอันตรายไหม
การร้อยไหม ถือเป็นหัตถการที่ไม่อันตราย หากเลือกคลินิกที่ดี มีมาจรและร้อยไหมด้วยวิธีที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการร้อยไหมโดยตรง
ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงจากการร้อยไหมที่ไม่ถูกต้อง หรือการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ แต่ไม่รุนแรง ดังนี้
- ใบหน้าไม่เท่ากัน – ผู้เข้ารับบริการอาจมีใบหน้าไม่สมมาตรกันแต่เดิมอยู่แล้ว หรือเกิดความไม่เท่ากันของใบหน้าจากการร้อยไหมได้ แพทย์จึงอาจให้ผู้ป่วยส่องกระจกไปด้วยในระหว่างทำเพื่อสังเกตความผิดปกติ
- การติดเชื้อจากการร้อยไหม – เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้น้อย เพราะแพทย์มักใช้กระบวนการฆ่าเชื้อเพื่อความปลอดภัยเสมอ
- การอักเสบของเนื้อเยื่อ – เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้
- ไหมหลุดออกมา – หลังจากสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะตัดปลายไหมส่วนเกินออก เพราะหากไหมยื่นออกมา คนไข้อาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อและการอักเสบของเนื้อเยื่อตามมา
- ไหมแตกหัก – เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม
ร้อยไหมแล้วหน้าบุ๋ม เกิดจากอะไร
หากร้อยไหมแล้วหน้าบุ๋ม ยุบลง แสดงว่าเกิดจากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากแพทย์อาจดึงเส้นไหมตึงจนเกินไป เมื่อผิวหนังถูกดึงรั้งมาก ๆ จึงทำให้ผิวหนังเกิดเป็นบุ๋มเป็นร่อง เสี่ยงต่อการทำให้เส้นไหมที่ถูกร้อยขาดง่ายมากขึ้น หากมีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า
เคล็ดการเลือกร้อยไหม ที่ไหนให้ไม่บุ๋ม
เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจก่อนจะทำการร้อยไหมหน้า โดยมีข้อควรพิจารณา ดังนี้
- แพทย์ที่ทำการร้อยไหมจะต้องเป็นแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง
- มีประสบการณ์การในการร้อยไหม เป็นแพทย์ผิวหนังที่เข้าใจสภาพผิวและปัญหาใบหน้าและรู้ถึงกายวิภาคใบหน้าเป็นอย่างดี ลดการก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้
- คลินิกนั้นจะต้องผ่านการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง มีเลขใบอนุญาตการเปิดคลินิกที่สามารถตรวจสอบได้
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง มีรูปก่อนและหลังทำการรักษาเปรียบเทียบให้เราดูได้ ก็จะทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น และ
- พิจารณาแพทย์ว่ามีเคสที่รักษาแล้วเกิดผลข้างเคียงรุนแรงหรือไม่ เพราะสามารถการันตีความชำนาญของแพทย์ได้
ข้อดีของการร้อยไหม
- ช่วยแก้ไขปัญหารูปหน้า ปรับรูปหน้าเรียว กรอบหน้าชัด ช่วยให้รูปหน้าดูเท่ากันมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มตอบ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมากได้
- ช่วยให้ผิวแน่น กระชับ อิ่มฟู เนื่องจากไหมสามารถกระตุ้นการสร้างคอลาเจนใต้ชั้นผิวได้
- ใช้ระยะเวลาทำไม่นานมาก และเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จ
- ไหมที่ใช้เป็นไหมละลายเกรดวัสดุทางการแพทย์ จะสลายไปเองตามอายุการใช้งาน ปลอดภัย ไม่มีตกค้างอยู่ในร่างกาย
- ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
- ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งแตกต่างจากการผ่าตัดดึงหน้า
ข้อเสียของการร้อยไหม
- การร้อยไหมไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ถาวร ทำให้ต้องร้อยไหมใหม่เพิ่มอีกหากใบหน้ากลับมาหย่อนคล้อย
- หากมีการร้อยไหมถี่จนเกินไป โดยทิ้งช่วงเร็วกว่าประมาณ 6 เดือน อาจทำให้เกิดพังผืดบริเวณใต้ชั้นผิวได้
- อาจมีอาการบวม ฟกช้ำ ระบมใต้ชั้นผิวหลังหลังร้อยได้ เนื่องจากเงี่ยงไหมไปเกาะกับผิวจะเกิดเป็นแผลขึ้นในช่วงแรกและจะมีการซ่อมแซมและหายเป็นปกติ
- การร้อยไหมไม่สามารถแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึกตรงบริเวณปีกจมูกได้ จึงต้องเติมฟิลเลอร์ร่วมด้วยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
- ในส่วนของการวางตำแหน่งเส้นไหม หากร้อยผิดวิธีวางไหมตื้นเกินไปจะส่งผลเสียทำให้เกิดคลื่นไหม
- อ้าปากไม่ได้: หลังการร้อยไหม สามารถอ้าปากได้ปกติ เพียงแต่ว่าจะอ้าปากกว้างเท่าเดิมไม่ได้ในช่วงแรก ซึ่งเป็นผลจากการร้อยไหมที่อาจจะมีการดึงรั้ง โดยอาการดังกล่าวจะเป็นประมาณ 1-2 สัปดาห์
- หน้าบุ๋มหรือหน้ายุบ: อาจมีรอยบุ๋มได้ ซึ่งเกิดจากการดึงไหม หากบางท่านผิวหย่อนคล้อยเยอะ อาจจะมีหน้าบุ๋มในบางท่าน สามารถหายได้เอง แต่อาจจะใช้เวลาโดยใช้วลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป
- ร้อยไหมแล้วหน้าเป็นคลื่น: คล้ายกับอาการ ร้อยไหมแล้วหน้าบุ๋ม บางคนจะเหมือนเป็นคลื่นไม่เสมอกัน เกิดหลังจากการร้อยไหม อาจเกิดอาการดังกล่าวได้ โดยเกิดจากการดึงไหม พอไหมเกิดการเซ็ตตัว จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน อาการก็จะหายไปเอง
- จับผิวดูเป็นไต: ก้อนไต เกิดจากการดึงหรือการเคลื่อนย้ายผิวหนัง ที่หย่อนคล้อยขึ้นไปรวมกัน
- ร้อยไหมแล้วไหมขาด: เกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก อย่างแรกอาจจะเกิดจากเส้นไหมที่ไม่มีคุณภาพ ไหมที่เส้นเล็กเกินไป ทำให้เวลาร้อยแล้วเส้นขาดง่ายหรือไหมหมดอายุ หรืออาจจะอ้าปากกว้างเกินไปหรือมีการแสดงสีหน้ามากจนทำให้ไหมขาด
- ร้อยไหมแล้วหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว: เพราะเกิดได้จาก การบวมของยาชา การบวมหลังร้อยไหม และการดึงยกของไหม อาการปากเบี้ยวเกิดขึ้นได้จากยาชา สามารถหายได้ภายใน 2 ชั่วโมง
- อาการแพ้ไหม: การแพ้ไหมที่ใช้ร้อยไหม โดยจะเกิดขึ้นเมื่อเรา มีการเกิดผิวหนังบวมแดง หรือตุ่มแดงตามแนวที่ร้อยไหม ยิ่งหากมีอาการแพ้ขั้นรุนแรงจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นประสาทเสียหาย มีอาการปวดเรื้อรัง มีเลือดออก หรือหนักไปจนกระทบกับประสาทการรับรู้ ทำให้การรับรู้บกพร่อง
- ไหมหลุด: ปัญหาหลังร้อยไหม อยู่ที่ตัวไหมที่แพทย์ใช้ร้อยไหมให้เรา เช่น ไหมหลุดออกมา ซึ่งแพทย์จะทำการตัดปลายไหมส่วนเกินออกให้ เพราะหากไหมยื่นออกมา อาจเสี่ยงติดเชื้อเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ
- อาการบวมช้ำ: ปัญหาหลังร้อยไหม ที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยคือ อาการบวมช้ำ เจ็บและไม่สบายใบหน้า เพราะ เกิดการเคลื่อนตัวของไหม ซึ่งเมื่อผ่านไปสักพักแล้ว อาการเหล่านี้จะหายไป หรืออาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพึงประสงค์ เช่น ใบหน้าไม่เท่ากัน
- ควรอยู่ในบริเวณที่อากาศเย็น
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และงดกิจกรรมกลางแจ้ง หรือที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม.
- งดการออกกำลังกายหนัก ๆ
- งดดื่มแอลกอฮอล์
- พยายามอย่าขยับใบหน้าบ่อย ๆ ในช่วง 3 วันหลังทำ เพราะจะทำให้ไหมเคลื่อนผิดตำแหน่ง
- ควรนอนหัวสูงกว่าหน้าอก
- ไม่ควรนอนตะแคง หรือนอนคว่ำ
บทสรุป
ปัญหา ร้อยไหมแล้วหน้าบุ๋ม แม้จะเป็นผลข้างเคียงที่น่ากังวล แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยเฉพาะ และปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการร้อยไหมอย่างเคร่งครัด โดยอาการส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ หากเลือกทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ไหมคุณภาพดี จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่สวยงามและปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าบุ๋มหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง RWC Clinic


